“ DITTO"อีกหนึ่งธุรกิจอนาคตเติบโต เคาะไอพีโอ 7.50 บ. จอง 23-27 เม.ย. เทรด mai 6 พ.ค



ต่อคิวกันมาเรื่อยๆสำหรับหุ้นที่จะขายไอพีโอ ในช่วงนี้ ซึ่งล่าสุดเป็นคิวของ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ DITTO


" DITTO "ทำธุรกิจอะไร และน่าสนใจอย่างไรนั้น


ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผู้ให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร (Document & Data Management Solutions) กล่าวว่า เรา เริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2544 ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร ให้แก่ลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการและองค์กรเอกชนในภาคธุรกิจต่างๆ โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะนำบริษัทฯ เป็นผู้นำการให้บริการระบบจัดการเอกสารแบบครบวงจร สู่วิวัฒนาการ Digital Transformation

สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่


กลุ่มแรกคือ ธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร ประกอบด้วย การให้บริการรับบริหารระบบงาน (Business Process Outsourcing หรือ BPO) ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบบริหารจัดการเอกสาร (Document Management Solutions) ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ให้บริการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลด้วยระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงานของลูกค้า โดยล่าสุด บริษัทฯได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล รวมถึงพัฒนาบุคลากรด้านไอทีเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพและเปิดโอกาสให้เข้าร่วมงานกับบริษัทฯ และมีลูกค้าสำคัญคือ ศาลยุติธรรมที่ต่อปีทีคดีและสำรวจที่บริษัทจะต้องวางแผนและจัดการบริหารข้อมูลให้จำนวนมากด้วย

“ เราเป็นผู้ออกแบบและพัฒนาการจัดการเอกสารและข้อมูลเพื่อให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ นำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันระบบการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ จะเป็นรูปแบบเอกสารกระดาษ ซึ่งในแต่ละองค์กรจะมีปริมาณการจัดเก็บเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและมักมีปัญหาในการค้นหาและนำไปใช้ ทาง DITTO จึงได้ออกแบบระบบการจัดเก็บเอกสารและข้อมูล ตั้งแต่การนำเข้าเอกสารหรือข้อมูลไปจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ประหยัดทรัพยากร และมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล” นายฐกรกล่าว

“Ditto " มีศักยภาพในการจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารอย่างครบวงจร โดยเราทำตั้งแต่การออกแบบและวางโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูล จัดหาหรือพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารที่เหมาะสม รวมถึงฮาร์ดแวร์หรือบุคลากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น ส่วนเทคโนโลยีนั้นเราเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ชั้นนำของโลกหลายรายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละรายด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจใหม่สำหรับประเทศไทยและกำลังเป็นที่ต้องการขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่ง DITTO ถือเป็นรายแรกๆ ที่เข้ามาจับธุรกิจนี้”

ถัดมาเป็นกลุ่มธุรกิจให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ ครอบคลุมบริการให้เช่าและบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสารแก่หน่วยงานราชการและเอกชน จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ จอ LED อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ฯลฯ นอกจากนี้ในปี 2561 ได้ขยายธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และระบบไดร์ฟทรูแบรนด์ HME หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก และขยายธุรกิจระบบจำหน่ายสินค้าหน้าร้าน (Point of Sales หรือ POS)

กลุ่มสุดท้ายเป็นธุรกิจ ที่อยู่ภายใต้บริษัทย่อยของดิทโต้ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับโครงการวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่างๆ โดยมุ่งเน้นในโครงการที่มีเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม (Innovation) และเป็นเทคโนโลยีเฉพาะทาง ได้แก่ บริการทางวิศวกรรม ออกแบบ จัดหาและติดตั้งระบบท้องฟ้าจำลองและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งเป็นระบบฉายภาพที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ การให้บริการออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบโทรมาตร (SCADA) สำหรับการชลประทาน เช่น ระบบตรวจวัดสภาพน้ำทางไกลอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เป็นต้น ให้บริการงานระบบเทคโนโลยีภายในอาคาร และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยี เช่น การก่อสร้างระบบการจัดการขยะเพื่อผลิตเชื้อเพลิง RDF และปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น


" หากเปรียบ DITTO เป็นทีมฟุตบอลจะเห็นว่าเราเป็นทีมที่พร้อมเพราะมีกองหน้าพร้อมทำประตู คือธุรกิจ กลุ่มแรก และมีกองกลางคือกลุ่มวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี และและกองหลังที่แน่น คือธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร ซึ่งถือเป็นตัวที่สร้างรายได้ประจำทุกเดือนนั้นเอง " ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO กล่าว


ธุรกิจของบริษัทฯ มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรสู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยความสะดวกรวดเร็วในการจัดเก็บและค้นหาข้อมูล ลดต้นทุนกระดาษและพื้นที่จัดเก็บเอกสาร ตอบโจทย์การทำงานแบบ Digital Workplace ซึ่งเป็นเทรนด์การทำงานในอนาคต โดยบริษัทฯ วางกลยุทธ์สร้างการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล และธุรกิจให้เช่า จำหน่ายและให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ จะมุ่งนำเสนอสินค้าและบริการที่หลากหลายแบบครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของลูกค้า และยิ่งในยุคโควิด19 ยังคงระบาดก็ส่งผลดีต่อบริษัทอย่างมาก


นอกจากนี้ในอนาคต บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างการเติบโตของผลประกอบการได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะรักษาการเติบโตให้สอดคล้องไปกับตลาดการจัดการข้อมูลดิจิทัล ซึ่งจากข้อมูล ฟอร์ท แอนด์ ซัลลิวัน คาดการณ์ขนาดตลาดการจัดการข้อมูลดิจิทัล ในปี 63-68 จะเติบโตเฉลี่ย 75% ต่อปี หรือปี 63 อยู่ 729.1 ล้านบาท และจะเติบโตถึง 11,886.6 ล้านบาทในปี 68

ซึ่งในส่วนนี้แบ่งเป็น ตลาดหน่วยงานภาครัฐ 9,506.40 ล้านบาท, องค์กรขนาดใหญ่ 2,257.30 ล้านบาท และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) 122.90 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มหน่วยงานราชการเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มองว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต


" ปัจจุบันลูกค้าของบริษัทจะคละกันระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งในแต่ละธุรกิจของบริษัทจะมีสัดส่วนลูกค้าระหว่างรัฐและเอกชนแตกต่างกัน เช่นธุรกิจบริหารจัดการข้อมูลลูกค้ารายใหญ่คือศาลยุติธรรม และเครือเซ็นทรัล เป็นต้น "


ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2561 – 2563 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 422.3 ล้านบาท 773.0 ล้านบาท 986.3 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 52.8% และมีกำไรสุทธิ 13.4 ล้านบาท 56.3 ล้านบาท และ 114.2 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 192.3% เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสาร และธุรกิจรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยี


 ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ที่ยังไม่ได้ส่งมอบ รวม 447 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจจำหน่ายและให้บริการระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูล, ธุรกิจ ให้เช่า จำหน่าย และให้บริการด้านเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์ และสินค้าเทคโนโลยีอื่นๆ จำนวน 275.38 ล้านบาท และธุรกิจ รับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่างๆ จำนวนรวมราว 172 ล้านบาท


สำหรับเงินที่คาดว่าจะได้รับเงินจากการ IPO ในครั้งนี้เข้ามาจำนวน 600 ล้านบาท โดยบริษัทจะนำเงินประมาณ 219 ล้านบาท ไปใช้ลงทุนกระจายศูนย์การให้บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้บริการบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลบนระบบ Digital อย่างครบวงจร

  นอกจากนี้จะใช้เงินลงทุนราว 50 ล้านบาท สำหรับพัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารเพื่อให้บริการในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบริหารจัดการเอกสารจากที่ใดก็ได้ผ่านระบบคลาวด์ และไม่ต้องลงทุนในซอฟแวร์ หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ โดยจะจับกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท




สถาบัน/รายย่อยสนใจล้น


  นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) DITTO เปิดเผยว่า DITTO กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 7.50 บาท เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 23, 26 - 27 เม.ย.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 6 พ.ค.64


  ทั้งนี้ DITTO จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 18.18% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท โดยการจัดสรรหุ้น IPO จะแบ่งเป็นการเสนอขายให้นักลงทุนสถาบันจำนวน 35 ล้านหุ้น,นักลงทุนรายย่อย 25 ล้านหุ้น และในส่วนของผู้บริหารและผู้มีอุปการะคุณจำนวน 20 ล้านหุ้น ขณะที่มองการกำหนดราคาจองซื้อ IPO ที่หุ้นละ 7.50 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม เพราะมีระดับค่าพีอีเพียง 28 เท่า เมื่อเทียบกับค่าพีอีเฉลี่ยกลุ่มที่ระดับ 40 เท่า




DITTOอีกหนึ่งในธุรกิจเทคคัมปานีอนาคตยังเติบโตต่อเนื่อง