"ทองคำ" ยังนำสินค้ายอดนิยมเข้าโรงตึ้ง อีซี่มันนี่ เผยดัชนีชี้่วัดเศรษฐกิจทรงตัว ปล่อยของหลุดจำนำลดลง



นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน ผู้ให้บริการโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ เปิดเผยว่า จากสถิติการรับจำนำพบว่า ทองคำยังคงเป็นสินค้าที่ลูกค้านำมาจำนำมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 70-80% เมื่อเทียบกับสินค้าทั้งหมด รองลงมาจะเป็นเครื่องประดับเพชร นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนม และสินค้าไอที ตามลำดับ


นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2562 ยอดการปล่อยให้ทรัพย์หลุดจำนำก็ลดลง 0.1% อยู่ที่ 4.9% เมื่อเทียบกับปี 2561 อยู่ที่ 5% แสดงให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะทรงตัว ลูกค้ายังสามารถหารายได้มาส่งดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนออกไปเมื่อครบกำหนดได้ ซึ่งก็คาดว่าในปีนี้ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก็ยังทรงตัวอยู่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หากภาวะเศรษฐกิจแย่หรือไม่ดีจริงๆ ยอดปล่อยทรัพย์หลุดจำนำจะสูงประมาณ 7%


“ ธุรกิจโรงรับจำนำเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจไทยได้ระดับหนึ่ง อันนี้จากประสบการณ์และจากธุรกิจของอีซี่มันนี่ที่เราติดต่อและสัมผัสลูกค้าโดยตรงทุกราย ทำให้เราได้ข้อมูล และวัตถุประสงค์การใช้เงินจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ซึ่งอีซี่มันนี่แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ กลุ่มแรกลูกค้าที่ต้องการเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากเงินเดือนเป็นหลัก แต่มีความสามารถในการเก็บออมทรัพย์สินมีค่า ส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับ และทองคำ ซึ่งถ้ามีค่าใช้จ่ายก็จะนำทรัพย์มาเปลี่ยนเป็นเงิน เอาไปใช้จ่าย อันนี้พฤติกรรมการจำนำหรือการไถ่ถอนทรัพย์ก็จะเป็นตามฤดูกาล เช่น ปลายปีมีโบนัส ช่วงตรุษจีน สงกรานต์ จะมีการไถ่ถอนมาก ขณะที่ช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีการจำนำมากเป็นพิเศษ เพื่อนำเงินไปใช้ในการศึกษาของบุตรหลาน กลุ่มนี้ถ้าเศรษฐกิจฝีดเคือง มีการตกงาน หรือไม่มีโบนัส ตัวเลขการไถ่ถอนจะน้อย อันนี้ก็บอกสภาพเศรษฐกิจได้”นายสิทธิวิชญ์ กล่าว


ส่วนลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ประกอบธุรกิจ มีตั้งแต่พ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ไปถึงผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มนี้เข้าโรงรับจำนำเพื่อนำเงินไปลงทุน ต่อยอดธุรกิจ ขยายธุรกิจ สต็อกสินค้า หรือใช้เป็นเครื่องเสริมสภาพคล่องในช่วงที่รายรับรายจ่ายไม่สมดุลกัน กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจมาจำนำมากๆ แสดงว่าเป็นช่วงโอกาสการค้าขายที่คึกคัก เศรษฐกิจดี จึงต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นเพิ่มขึ้น พอมีรายได้ก็มาไถ่ถอน อันนี้ก็เป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจว่าคึกคัก หรือซบเซาได้



อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อีซี่มันนี่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 20% เมื่อเทียบกับตลาดรวมที่คาดว่าโตประมาณ 10% และใช้งบประมาณอีก 400-500 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาอีก 10 แห่ง ให้ครบ 60 แห่ง ภายในปีนี้อีกด้วย


“เราพร้อมแล้วกับการเป็นสถาบันสินเชื่อ ทางเลือกของคนไทย เพราะเรามองว่าความต้องการสินเชื่อของคนไทยมีตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย SMEs และ Start up ซึ่งอันนี้คือกลุ่มเป้าหมายที่เรามอง เนื่องจากกลุ่มนี้มีไอเดียดีๆ มองเห็นศักยภาพโอกาสทองของการลงทุน ซึ่งคนเหล่านี้บางทีไม่มีเครดิตกับสถาบันการเงิน การไปขอสินเชื่อต้องใช้เวลา แต่ถ้ามาที่อีซี่มันนี่แค่เอาสินทรัพย์มีค่าที่สะสมไว้ มีราคา มาที่อีซี่มันนี่ คุณได้เงินไปต่อยอดธุรกิจที่สะดวก ง่าย ได้เงินเร็ว และชัวร์ อีซี่มันนี่ตอบโจทย์นี้ได้และเป็นทางเลือกสำหรับนักธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ที่ต้องการสภาพคล่อง ต้องการหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ หรือขยายธุรกิจเดิม รวมถึงแก้ปัญหายามฉุกเฉินให้ได้” นายสิทธิวิชญ์กล่าว

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook