• WPT Team

ดัชนีภาวะศกเดือน.ก.ค. ลดลงกังวลหนี้ครัวเรือนพุ่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ค. 2563 อยู่ที่ระดับ 35.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 36.0 ในเดือนมิ.ย. 2563 จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นของครัวเรือนต่อประเด็นเรื่องภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย   รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2 มาอย่างต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังถูกจำกัดโดยประเด็นด้านรายได้และการมีงานทำ



  ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลงจากระดับ 37.4 ในการสำรวจช่วงเดือนมิ.ย. 2563 มาอยู่ที่ระดับ 36.8 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ค. 2563


  โดยครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นในทุกมิติการครองชีพ ช่วง 3 เดือนข้างหน้า (เดือนส.ค.-ต.ค. 2563) โดยเฉพาะในเรื่องระดับราคาสินค้าและบริการ หลังราคาอาหารสดและราคาพลังงานภายในประเทศปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในเดือนก.ค. 2563


  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงที่เหลือของปี2563 ยังเปราะบาง ในขณะที่การฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศยังเป็นไปอย่างจำกัด ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากภาวะการจ้างงานในประเทศ ท่ามกลางภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก


  ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ต่างจังหวัดในเดือนก.ค. 2563 อยู่ที่ระดับ 35.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 36.0 ในเดือนมิ.ย. 2563 จากความกังวลของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ


  แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2 เพิ่มเติมในช่วงเดือนมิ.ย. 2563 ต่อเนื่องจากระยะที่ 1 แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของครัวเรือนต่อประเด็นเรื่องภาระหนี้สิน แม้ทางการจะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง

  นอกจากนี้ ครัวเรือนยังมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ โดยเฉพาะราคาอาหารและค่าสาธารณูปโภค หลังราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนก.ค. 2563 จากอุปทานในประเทศที่ลดลงประกอบกับอุปสงค์จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟฟ้าของภาครัฐสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 2563 สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนก.ค. 2563 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.66 เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย. 2563


  ในขณะที่ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 36.8 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ค. 2563 จากเดิมที่ระดับ 37.4 ในการสำรวจช่วงเดือนมิ.ย. 2563 จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นในทุกมิติการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (เดือนส.ค.-ต.ค. 2563)


  ส่วนหนึ่งมาจากกระแสความกังวลของครัวเรือนไทยต่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศระลอกที่ 2 ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสข่าวในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก.ค. 2563 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ทำการสำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องมุมมองของครัวเรือนไทยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19


  หลังมีกระแสข่าวเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ พบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่ที่ทำการสำรวจ ร้อยละ 29.0 อยากให้ภาครัฐมีมาตรการสั่งปิดเฉพาะสถานที่ที่เกิดการแพร่ระบาดเท่านั้น หากพบการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศ   อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าแม้จะยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจฯ ในปัจจุบันต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่เป็นระดับที่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศค่อนข้างมาก


   สะท้อนให้เห็นมุมมองของครัวเรือนไทยต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเองแม้จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังไม่กลับคืนสู่ระดับเดิมก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แม้ภาครัฐจะมีมาตรการผ่อนปรนสำหรับทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจแล้วก็ตาม

  

โดยสรุปแล้ว ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) และดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ปรับตัวลดลงในการสำรวจช่วงเดือนก.ค. 2563


ครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่าย รวมถึงระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากระดับราคาสินค้าและบริการในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งครัวเรือนบางส่วนยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหลานในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่

  

ในขณะที่ช่วงระยะ 3 เดือนข้างหน้า ครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นในทุกมิติการครองชีพ ส่วนหนึ่งมาจากกระแสความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกที่ 2 ในประเทศ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนก.ค. 2563