• WPT Team

คลังเผยศก.ไทยส.ค.การใช้จ่าย-ส่งออกชะลอตรียมปรับเป้าจีดีพีใหม่เดือนหน้า

นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ความเสียหายของสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น กำลังประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอข้อมูลและตัวเลขที่ชัดเจนก่อนนำมาประกอบการพิจารณาการปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจปี 2562 ใหม่ภายในเดือนหน้า


ทั้งนี้ซึ่งเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบภาคการส่งออกของไทย โดยตัวเลขการส่งออก 8 เดือนแรกของปี ติดลบ 2.2 % จากเป้าทั้งปี 2562 ที่วางไว้ลบ 0.9 % หากจะทำให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ช่วงที่เหลือของปีการส่งออกต้องอยู่ที่ 0 % เท่านั้น ไม่ติดลบไปมากกว่านี้ 


สำหรับภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม ปี 2562 พบว่าในด้านการใช้จ่ายมีสัญญาณชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม ในด้านการผลิตมีการปรับตัวดีขึ้น ส่วนในภาคการท่องเที่ยวจากต่างประเทศกลับมาขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน บวกกับการขยายตัวได้ต่อเนื่องของภาคการเกษตร ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวเล็กน้อย สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่กลับไปชะลอตัวที่ -1.6% ต่อปี เช่นเดียวกับปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งที่ชะลอตัว -3.3% ต่อปี ส่วนยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ ชะลอตัว -5.3% ต่อปี อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการใช้จ่ายภายในประเทศพบว่าขยายตัวที่ 4.1% ต่อปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งอาจกระทบต่อการส่งออกและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

วุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล

ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณชะลอตัว การลงทุนหมวดเครื่องมือเครื่องจักรสะท้อนจากปริมาณนำเข้าสินค้าทุนกลับมาชะลอตัวที่ -9.4% ต่อปี ขณะที่ปริมาณจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์ชะลอตัวที่ -9.2% ต่อปี ส่วนการลงทุนในหมวดก่อสร้างส่งสัญญาณชะลอตัวตามยอดการจัดเก็บภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลง -9.2% ต่อปี เช่นเดียวกับปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ยังคงชะลอตัว -12.9% ต่อปี ส่วนดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างชะลอตัวที่ -2.3% ต่อปี การชะลอตัวส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตัวของนักลงทุนที่ชะลอการลงทุน เนื่องจากไม่มั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจภาคการค้าระหว่างประเทศชะลอตัว สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ชะลอตัวที่ -4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการชะลอตัวของสินค้าส่งออกในหมวดของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และหมวดยานยนต์ อย่างไรก็ตาม สินค้าในกลุ่มผักผลไม้สดแช่แข็งและแปรรูป น้ำตาลทราย ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ รถจักรยานยนต์ ยังคงขยายตัวได้ และตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ สหรัฐฯ ทวีปออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง สำหรับมูลค่าการนำเข้าสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์ชะลอตัวอยู่ที่ -14.6% ต่อปี ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือนสิงหาคม 2562 เกินดุลที่มูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานพบว่า ภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตรขยายตัว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังส่งสัญญาณชะลอตัว โดยภาคการท่องเที่ยวสะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวน 3.47 ล้านคน ขยายตัว 7.4% ต่อปี โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนขยายตัวในอัตราเร่งถึง 18.9% ต่อปี เช่นเดียวกันกับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่ขยายตัวถึง  32.4% ต่อปี ส่วนนักท่องเที่ยวประเทศอื่นยังคงขยายตัวได้ดี อาทิ นักท่องเที่ยวชาวลาว ญี่ปุ่น และมาเลเซีย และสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมูลค่ารวม 169,772 ล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 6.2% ต่อปี เช่นเดียวกับภาคการเกษตรสะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรที่ขยายตัว 0.8% ต่อปี

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมสะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัว -4.4% ต่อปี เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 92.8% ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า การปรับลดลงดังกล่าวมีปัจจัยมาจากผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ อันเนื่องมาจากการแข็งค่าของเงินบาท และความกังวลจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากปัญหาอุทกภัย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ล่วงหน้า 3 เดือนปรับตัวสูงขึ้น

เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.5% ต่อปี จากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารสด ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.4% ต่อปี สำหรับอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.0% ของกำลังแรงงาน สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2562 อยู่ที่ 41.5% ต่อ GDP ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ไม่เกิน 60% ต่อ GDP สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับมั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2562 อยู่ในระดับสูงที่ 220.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ