• WPT Team

ไทยพัฒน์ เปิดรายงานสถานภาพความยั่งยืน 115 กิจการไทย พร้อมแนะน ำ ESG Benchmarkเป็นครั้งแรก



สถาบันไทยพัฒน์ เปิดผลสำรวจสถานภาพความยั่งยืนของ 115 กิจการ ในงาน “The State of Corporate Sustainability in 2020” พร้อมแนะนำเครื่องมือวัดเทียบสมรรถนะการดำเนินงานองค์กรในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล “ESG Benchmark” ตามชุดตัวชี้วัดที่สมาพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (WFE) แนะนำ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย



ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ ได้กล่าวในการเปิดตัวรายงานสถานภาพความยั่งยืนของกิจการ ปี 2563 ที่จัดขึ้นวันที่22 ธันวาคม 2563 ว่า “เนื้อหาในรายงาน แบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลความยั่งยืนออกเป็น 3 หมวดหลัก โดยหมวดแรกเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานการรายงานสากล GRI หมวดที่สองเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานตามประเด็นด้าน ESG (Environmental, Social and Governance) ที่แนะนำโดยสมาพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (World Federation of Exchanges: WFE) และหมวดที่สามเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานที่มีการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ตามแนวทาง GCI (Guidance on Core Indicators) ที่จัดทำโดยคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิระหว่างรัฐบาลด้านมาตรฐานระหว่างประเทศว่าด้วยการบัญชีและการรายงาน (International Standards of Accounting and Reporting: ISAR)”



นายฌานสิทธิ์ ยอดพฤติการณ์ วิทยากรสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวเสริมว่า “ในรายงานฉบับดังกล่าว ยังได้ทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินงานของกิจการในประเด็นความยั่งยืนตามรายการเปิดเผยข้อมูล GRI เชื่อมโยงกับข้อปฏิบัติทางธุรกิจด้านวัฒนธรรมสุขภาพ (Culture of Health Business Practice: COHBP) ที่เผยแพร่โดย GRI เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2563 สำหรับให้กิจการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านสุขภาพ ที่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ ด้านนโยบายและสวัสดิการ ด้านแรงงานและสถานปฏิบัติงาน และด้านชุมชน โดยมีข้อปฏิบัติทางธุรกิจที่ประกอบด้วย วัฒนธรรมสุขภาพ ข้อปฏิบัติทางการตลาดที่รับผิดชอบ การประกันสุขภาพ ความมั่นคงในตำแหน่งงาน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นต้น”


ในการเปิดตัวรายงานฉบับนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “ESG Benchmark: The New Corporate Sustainability Tool” เพื่อแนะนำเครื่องมือวัดเทียบสมรรถนะการดำเนินงานองค์กรในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่พัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงชุดตัวชี้วัด ESG ที่สมาพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (WFE) แนะนำ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเปรียบเทียบสถานะการดำเนินงานด้าน ESG กับองค์กรอื่นในลักษณะของลำดับรายสาขา (Sector Ranking) และลำดับโดยรวม (Overall Ranking) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย



นายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “เครื่องมือ ESG Benchmark ที่พัฒนาขึ้น เป็นภาคต่อของเครื่องมือการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG Rating ที่ริเริ่มจัดทำในปี 2558 มาสู่เครื่องมือการจัดลำดับสถานะการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG Ranking ที่เอื้อให้กิจการสามารถเปรียบเทียบสมรรถนะการดำเนินงานด้าน ESG ระหว่างองค์กรทั้งในระดับอุตสาหกรรมและในภาพรวม”


ในงานครั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังจัดพิธีมอบรางวัล Sustainability Disclosure Award ประจำปี 2563 ให้แก่องค์กรสมาชิก SDC ที่ได้เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอันประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของกิจการ รวมทั้งการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 12.6 ร่วมกัน โดยรางวัลที่มอบให้กับองค์กรในปีนี้ ประกอบด้วย Sustainability Disclosure Award จำนวน 34 รางวัล Sustainability Disclosure Recognition จำนวน 42 รางวัล และ Sustainability Disclosure Acknowledgement จำนวน 20 รางวัลองค์กรที่สนใจศึกษาข้อมูลในรายงานสถานภาพความยั่งยืนของกิจการ ปี 2563 เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดรายงานฉบับดังกล่าว ที่เว็บไซต์ของสถาบันไทยพัฒน์ (https://thaipat.org) ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.