FETCOระดมสมองหามาตรการกระตุ้นศก.

FETCO ระดมสมอง ช่วยรัฐหามาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่หวังฟื้นจากโควิด19 ปิ้งแนวคิดให้คนรวยมาใช้จ่าย แลกให้สิทธิภาษี เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า   วันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.63) สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จะร่วมหารือกับบริษัทจดทะเบียนเพื่อ ระดมความคิดเห็นในเรื่องของมาตรการที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และจะนำมาตรการของภาคเอกชนที่ได้หารือร่วมกันนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนำเสนอ เพื่อเตรียมนำเสนอมาตรการที่รัฐบาลต่อไป เพื่อให้รัฐบาลพิจารณา


" ตอนนี้ ทุกคนเห็นแล้วว่าทั้งรัฐและธนาคารแห่งประเทศออกมามาตรการชุดใหญ่มากเยียวยา ผลกระทบจากโควิด 19 ซึ่งประเด็นนี้มีน้ำหนักมากสุดที่ทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนดีดขึ้นมาจากเดือนก่อน แต่เรื่องสำคัญหลังจากนี้และจะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ คือ การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่ง ในส่วนของภาคเอกชนเราจะระดมความคิดและเมื่อได้มาตรการจะนำเสนอเพื่อให้รัฐพิจารณา เพราะวิกฤตที่เกิดขึ้นต้องร่วมกันเพื่อให้เศรษบกิจของประเทศฟื้นและเติบโตได้ " นายไพบูลย์กล่าว อย่างไรก็ตามประเด็นเบื้องต้น ที่คาดว่า จะเสนอรัฐให้ออกเป็นมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจคือ การ กระตุ้นให้คน ที่มีกำลังซื้อมาก ออกมาใช้จ่าย เช่นเดียวกันมาตรการช็อปช่วยชาติก่อนหน้าที่มี มา แต่ครั้งนั้นมีการกำหนดวงเงิน ไม่เกิน 1.5หมื่นบาทต่อราย ซึ่งในครั้งนี้จะต้องทำชุดใหญ่ เพื่อที่จะให้คนรวยออกมาใช้จ่ายและไปลดภาษีได้ เพราะมองว่า เศรษบกิจตอนนี้คนมีกำลังซื้อเท่านั้นที่จะช่วยได้ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ที่ต้องเน้นในเรื่องเที่ยวในประเทศเพราะภาวะแบบนี้เชื่อว่าต่างประเทศยังไม่มาเที่ยวไทยและการท่องเที่ยว มีน้ำหนักต่อจีดีพีมากถึง 12% ดังนั้นจึงต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐก็จะต้องดำเนินการ รวมถึงในเรื่องของการ ส่งออกด้วย รวมถึงช่องทางการระดมทุนจากภาครัฐเช่นการเสนอขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เพื่อนำเงินระดมทุนไปใช้จ่ายช่วยเหลือ สำหรับ ทิศทางการลงทุนใ ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ จะอยู่ที่ระดับ 1,400 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับสถานการในช่วงปัจจุบันนี้ โดยมองว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลในเรื่องของการระบาดจากเชื้อไวรัส Covid-19 ครั้งใหญ่เป็นรอบที่สอง จึงยังกังวลว่าจะมีมาตรการ Lock Down ทั้งประเทศในรอบที่สอง ประกอบกับยังมีความไม่แน่นอนว่าการใช้ชีวิตแบบ New Normal จะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจมากน้อยขนาดไหน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะออกมาอย่างไร เนื่องจากในปัจจุบันเป็นเพียงมาตรการเยี่ยวยาผลกระทบจากไวรัสCovid-19 "   สำหรับความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวไปสู่ระดับ 969 จุดเหมือนในช่วงเดือนมี.ค.นั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยได้ตอบรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสCovid-19ไปแล้ว โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมามาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทยลดลงไปแล้วกว่า 3.2ล้านล้านบาท และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปรับตัวลดลงกว่า 1ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์หลายแห่งได้ปรับลดคาดการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียนลง 30% ซึ่งต่อจากนี้ไปภาพรวมของผู้ที่ติดเชื้อจะเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น รวมถึงมีปัจจัยหนุนจากการที่หลายๆประเทศใช้เม็ดเงินในอัตราส่วน 10-20% ของจีดีพี ช่วยเหลือเยียวยาเหตุการณ์จากการแพร่ระบาดในครั้งนี้ "  

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.