เชื่อมั่นนักลงทุนดีขึ้น มั่นใจรัฐ-ห่วงกำไรบจ.

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนพฤษภาคม 2563 อยู่ในเกณฑ์ทรงตัว หลังจากอยู่ในเกณฑ์ซบเซาติดต่อกัน 3 เดือน คาดนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนตลาดฯ มากที่สุด ขณะที่มองผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นจัยฉุดมากที่สุด ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มยังได้รับความสนใจลงทุนต่อเนื่อง ด้าน ThaiBMA เผยดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเดือนพฤษภาคม 2563 อยู่ในเกณฑ์ปรับตัวลดลง เหตุอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มหดตัว



นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนพฤษภาคม2563 ว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวหลังจากปรับตัวลงอยู่ในเกณฑ์ซบเซาติดต่อกันสามเดือน โดยผลสำรวจพบว่านักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว รวมถึงการค้นพบวัคซีนป้องกัน COVID-19 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการไหลเข้า-ออกของเงินทุน รวมถึงความกังวลหาก COVID-19 เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง”


ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนเมษายน 2563 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้


  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (กรกฎาคม 2563) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (Neutral) (ช่วงค่าดัชนี 80 - 119) โดยเพิ่มขึ้น 42% มาอยู่ที่ระดับ 80.40

  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนกลุ่มนักลงทุนรายบุคคล บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral)

  • ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ยังอยู่ใน Zone ซบเซา (Bearish)

  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดอาหารและเครื่องดื่ม (FOOD)

  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM)

  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายภาครัฐ

  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

“ผลสำรวจ ณ เดือนเมษายน ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ทรงตัวหลังจากปรับตัวลงอยู่ในเกณฑ์ซบเซาติดต่อกันสามเดือน ทุกกลุ่มปรับตัวขึ้นอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว ยกเว้นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ยังอยู่ในเกณฑ์ซบเซา


 ในช่วงเดือนเมษายน SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม จากปัจจัยในประเทศที่ภาครัฐออกมาตรการเยียวยา อาทิ การออกพ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท มาตรการธนาคารแห่งประเทศไทยวงเงิน 9 แสนล้านที่ออกมาช่วย SMEs และออกกองทุน BSF เพื่อประคองตลาดตราสารหนี้ เป็นต้น  โดยช่วงครึ่งเดือนแรกดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1,100 – 1250 จุด จากนั้นดัชนีปรับตัวในทิศทางที่เพิ่มขึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในไทยลดลงอย่างต่อเนื่องและมีความชัดเจนจากมาตรการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2563 SET index ปิดที่ 1,301.66


ทิศทางการลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า นักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศและการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว รวมถึงการค้นพบวัคซีนป้องกัน COVID-19 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการไหลเข้า-ออกของเงินทุน รวมถึงความกังวลหาก COVID-19 เกิดการแพร่ระบาดรอบสอง


สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามได้แก่ความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนเชื้อไวรัสโควิด19 การระบาดรอบสองหลังหลายประเทศเริ่มทยอยผ่อนคลายมาตรการ Lockdown ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก รวมถึงความกังวลเรื่อง Trade war ระหว่างสหรัฐ – จีนที่ต้องจับตามอง สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามคือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 การออกมาตรการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะในกลุ่มการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร รวมถึงการแก้ปัญหาตลาดแรงงานทั้งลูกจ้างชั่วคราว ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และลูกจ้าง SMEs

ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนพฤษภาคม 2563

ผลจากดัชนีสะท้อนการคาดการณ์ของตลาดว่า กนง. น่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับ 0.75% ในการประชุม เดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปีมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงในอีก 10 สัปดาห์ข้างหน้า นับจากวันที่สำรวจ (17 เม.ย. 63) เนื่องจากผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าแม้ กนง. อาจจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจมีอุปทานเพิ่มมากขึ้นจากการออกพันธบัตรของภาครัฐมาใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อระดมทุนรองรับและบรรเทาผลกระทบจากการล็อคดาวน์


นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือนพฤษภาคม 2563 โดยมีรายละเอียด ดังนี้


- ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง. รอบเดือนพฤษภาคมนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 16 สูงขึ้นเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ “ลดลง (Decrease)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าการประชุม กนง. ในเดือนพฤษภาคมนี้ อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากระดับร้อยละ 0.75 จากปัจจัยหลักคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มติดลบ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกที่ลดลง และ การไหลออกสุทธิของกระแสเงินลงทุนต่างชาติ


- ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ในรอบการประชุม กนง. มิถุนายน 2563 (ประมาณ 10 สัปดาห์ข้างหน้า) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากครั้งที่แล้วมาอยู่ที่ระดับ 42 และ 39 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลง (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 5 ปี และ 10 ปีอาจไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากระดับ 0.7% และ 1.39% ตามลำดับ ณ วันที่ทำการสำรวจ (17 เม.ย. 63)  โดยปัจจัยหนุนสำคัญคืออุปสงค์และอุปทานในตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก รวมถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลก และ Fund Flow ต่างชาติ

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.