• WPT Team

ธนาคารโลกหวั่นโควิดระบาดซ้ำ ฉุดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ10.4%


ธนาคารโลก คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ 8.3% ย่ำแย่สุดอาจติดลบถึง 10.4% มองความไม่แน่นอนทางการเมืองและการประท้วงฉุดเชื่อมั่นลงทุนกระทบเศรษฐกิจไทยฟื้นช้า


นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ เวิลด์แบงก์มองติดลบ 8.3% ส่วนปีหน้าขยายตัว 4.9% โดยประเมินว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยจะใช้เวลาช้ากว่า 2 ปีถึงจะกลับมาสู่ฐานเดิมก่อนเกิดโควิด-19 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรงในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดเมือง มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้ได้รับผลกระทบทางด้านแรงงานนอกระบบ และแรงงานในภาคท่องเที่ยวสูง


ทั้งนี้ในรายงานฉบับนี้ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยในกรณีย่ำแย่ที่สุด คาดว่าปีนี้จะติดลบสูงถึง 10.4% และในปีหน้าจะขยายตัว 3.5% โดยมีปัจจัยว่าเศรษฐกิจไทยจะใช้เวลามากกว่า 3 ปีกว่าจะกลับเข้าสู่ฐานก่อนโควิด-19 ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงจากโควิด-19 จะกลับมาระบาดรอบ 2 และโควิด-19 ต่างประเทศที่ยังมีจำนวนมาก จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย



นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ตั้งแต่ปลายปี 62 จนถึงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และเรื่องสุดท้ายไทยได้ใช้นโยบายจากมาตรการด้านการเงินมามากกว่า 13% ซึ่งถือว่ามีจำนวนมาก และขนาดนโยบายเกือบมากที่สุดในภูมิภาค เพราะไทยยังมีพื้นที่เหลือในการทำนโยบาย ส่วนความท้าทายคือจากนี้จะทำอย่างไรที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยได้


นางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด มาตรการด้านสาธารณสุข และมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทั้งในและนอกระบบของรัฐบาลนั้นสามารถทำได้ดี และมองว่าไทยจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้เหมือนวิกฤติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ขณะที่ตัวเลขประมาณการณ์จีดีพีไทยมีความเป็นไปได้ที่จะติดลบทั้ง -8.3% และ -10.4%


ขณะที่การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์มองว่าส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงมองว่ารัฐบาลต้องพยายามหาสมดุลระหว่างนโยบายด้านสาธารณสุขและด้านเศรษฐกิจ ซึ่งการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาก็ถือเป็นความเสี่ยงต่อประเทศไทยได้ ขณะที่ระยะยาวต้องถามว่าจะอยู่กับมาตรการนี้ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและเศรษฐกิจได้อีกนานแค่ไหน


ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยถือว่ามีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค แต่มองว่ามาตรการต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่านี้ และรัฐบาลควรดำเนินนโยบายรอบ 2 โดยถอดบทเรียนจากการดำเนินนโยบายรอบแรก โดยมองมาตรการคนละครึ่งที่ให้เงินคนละ 3,000 บาท อาจไม่ตรงจุด จึงควรมีมาตรการอื่นเพิ่มอีกเพื่อกระตุ้นการบริโภค และสิ่งสำคัญ คือ จะคงสภาพการจ้างงานได้อย่างไร ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น




  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.