ธอส.ชี้ดอกเบี้ยขาลง-การผ่อนเกณฑ์คุมLTV กระตุ้นคนกู้ซื้อบ้านช่วงครึ่งปีหลังได้มากขึ้น

ธอส.ปล่อยกู้7เดือนแรกทะลุ 1.06 แสนล้านบาท คาดผลจากดอกเบี้ยขาลงช่วงครึ่งปีหลัง กับการผ่อนเกณฑ์คุม LTV จะช่วยกระตุ้นคนกู้ซื้อบ้านมากขึ้น ดันยอดปล่อยกู้ทั้งปีได้ตามเป้า 2.03 แสนล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 8.93 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 6.72 หมื่นบัญชี ล่าสุด ณ วันที่ 31 ก.ค. 2562 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่รวมที่ 1.06 แสนล้านบาท คาดครึ่งปีหลังปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายทั้งปี 2562 ที่ 2.03 แสนล้านบาท


มีปัจจัยสนับสนุนจากความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลที่จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. และลูกค้าเริ่มปรับตัวรับเกณฑ์คุม LTV ซึ่งล่าสุดมีการผ่อนปรนเกณฑ์เพิ่มเติม


สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ของปี 2562 ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 ปล่อยสินเชื่อปล่อยใหม่ 8.93 หมื่นล้านบาท 6.72 หมื่นบัญชี โดยเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง จำนวน 4.56 หมื่นราย


ทำให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/2562 เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.86% มีสินทรัพย์รวม 1.19 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.74% เงินฝากรวม 9.53 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.66% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 5.35 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.68% ของยอดสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 0.51% จาก ณ สิ้นปี 2561 ซึ่ง NPL อยู่ที่ 4.17% ของสินเชื่อรวม และมีกำไรสุทธิ 6,036 ล้านบาท ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งมากที่ 14.94% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย



นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเพิ่มเติมว่า ความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลที่จัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่มีทิศทางปรับลดลงหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มปรับตัวรับเกณฑ์คุม LTV ที่ล่าสุดได้มีการผ่อนปรนการนับสัญญากรณีผู้กู้ร่วมที่ไม่มีชื่อเป็นกรรมสิทธิ์จะเสมือนยังไม่เป็นผู้กู้ในครั้งนั้น รวมทั้งธนาคารยังได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการ พร้อมกับจัดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีความตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มรายได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น จึงทำให้คาดว่าจะมีปริมาณลูกค้าเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น และทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย 2.03 แสนล้านบาทต่อไป


สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง ธนาคารเตรียมจัดทำผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ อาทิ การนำเงินฝากที่ได้รับจากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รุ่นที่ 1 ชุดวิมานเมฆ หน่วยละ 1 ล้านบาท จำนวน 2.7 หมื่นล้านบาท มาจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ไม่เกิน 3 ปีแรก สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับการบริการรูปแบบดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Mobile Application : GHB ALL ที่นอกจากให้บริการในด้านการชำระเงินกู้ ตรวจสอบสถานะสินเชื่อ เช็คยอดเงินฝาก ดู statement และโอนเงิน ปัจจุบันยังมีฟังก์ชั่นที่ให้บริการได้เพิ่มเติม อาทิ การเชื่อมต่อกับระบบการค้นหาทรัพย์ NPA การหาสถานที่ตั้งสาขา การจองคิวเข้าใช้บริการ การเชื่อมต่อกับระบบสะสมแต้มเพื่อลุ้นรับของรางวัลในโครงการ GHB Reward และในเร็ว ๆ นี้จะสามารถให้บริการที่เกี่ยวข้องกับสลากออมทรัพย์ ธอส. อาทิ แจ้งผลการถูกรางวัล ก่อนจะพัฒนาให้สามารถตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-KYC ได้ต่อไปช่วงต้นปี 2563


ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายให้จำนวน Transactions ผ่านช่องทางดิจิทัล ประกอบด้วย Mobile Application : GHB ALL เครื่องรับชำระหนี้เงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ : LRM และเครื่องชำระ เงินกู้ไร้เงินสด : QR Non Cash Payment ณ สิ้นปี 2562 อยู่ที่ 60% จากเดือนมิถุนายน 2562 อยู่ที่ 46% ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีต้นทุนดำเนินงานต่ำลง ทำให้สามารถจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้คนไทยได้มีบ้านเพิ่มขึ้นได้ต่อไป

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook