ประกันภัยส่งสัญญาณ...ปีนี้ "เบี้ยรถ-ทรัพย์สิน" ขึ้นแน่ แบกรับขาดทุนไม่ไหว


นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในปีนี้ คงมีอัตราเติบโตได้ไม่มากนักหรือใกล้เคียงกับปี 2562 แต่จะได้รับผลบวกจากการปรับเบี้ยขึ้นของประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทรัพย์สิน(IAR) เพื่อให้กลับมาสู่ภาวะปกติ เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการแข่งขันลดเบี้ยหรือตัดราคากันจนขาดทุนมาก และทางบริษัทรับประกันภัยต่อต่างชาติหรือรีอินชัวเรอส์ก็ไม่พร้อมกับการขาดทุนอีกแล้ว


“อย่างน้อยปีนี้ประกันวินาศภัยคงโตได้ 2-3% ตามจีดีพี แต่เพราะจะมีการขึ้นเบี้ยรถยนต์และเบี้ยไอเออาร์ เพื่อชดเชยกับผลขาดทุนที่ผ่านมา จึงทำให้โดยรวมแล้วปีนี้ธุรกิจประกันวินาศภัยอาจโตได้ถึง 4-5%”นายอานนท์ กล่าว


เช่น กรณีเพิ่มความคุ้มครองให้ผู้เสียชีวิตจากรถสูงสุด 1 ล้านบาท ที่เริ่มใช้ 1 เม.ย.นี้ คิดเป็นค่าสินไหมที่เพิ่มปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท ถ้าทุกบริษัทไม่เอากำไรเลย ก็ต้องปรับเบี้ยตามค่าสินไหมที่เพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็ต้องมีเบี้ยเข้าระบบ 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งตรงนี่ไม่ใช่การเติบโตตามธรรมชาติ แต่เป็นการเติบโตตามค่าสินไหมรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น นี่แค่เฉพาะเรื่องคนเสียชีวิต


อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมแล้วหากมีการขึ้นเบี้ยรถอีก 3-4% ก็พออยู่ได้ สมมุติค่าสินไหมเมื่อเทียบกับเบี้ยประกันควรอยู่ที่ 62-63% แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 66% แต่ถ้าจะปรับเบี้ยขึ้น 2-3% ก็พอ ซึ่งจะบอกว่าขาดทุนเท่าไหร่ก็ปรับขึ้นเท่านั้นไม่ได้ เพราะว่าผลขาดทุนอยู่ที่ในบางตัว บางตัวมีกำไรอยู่ ถ้าไปขึ้นเบี้ยกับลูกค้าที่มีประวัติดี ก็ไม่ยุติธรรม ในเมื่อลูกค้าดีไม่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น แต่ละบริษัทก็ต้องไปดูว่า ส่วนไหนที่ค่าสินไหมขาดทุนมาก ก็ต้องหาทางแก้ปัญหา


อย่างเช่น กรณีอู่ห้างซึ่งก่อปัญหาให้กับธุรกิจมากที่สุด เพราะเท่าที่ดูผลการรับประกันภัยขาดทุนทุกยี่ห้อ เฉลี่ยค่าสินไหมอยู่ 70% กว่า ถ้าอู่ทั่วไปอยู่ที่ 60% ต้นๆ ถ้าจะเอากำไรจากประกันอู่ธรรมดามาจ่ายประกันให้อู่ห้าง ก็ไม่มีเหตุผลที่แต่ละบริษัทจะมาขาดทุนอย่างนี้ ก็จำเป็นต้องปรับเบี้ยให้เหมาะสมกับค่าซ่อม แต่ถ้าคิดว่าเบี้ยอู่ห้างจะแพงเกินไป ทางอู่ก็ต้องหยุดขึ้นค่าซ่อม ขึ้นค่าอะไหล่ปีละ 6-7% ไม่อย่างนั้นจะหาบริษัทประกันภัยไหนมารองรับเบี้ยอู่ห้างได้


“เดี๋ยวจะเกิดคำถามอีกว่า ถ้าก็ขาดทุนแล้วจะไปเพิ่มความคุ้มครองให้ผู้เสียชีวิตทำไม ซึ่งตัวธุรกิจประกันภัยเองก็ควรมีหน้าที่รับใช้สังคมด้วย ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อเอาค่าเบี้ยมาจ่ายค่าซ่อม ค่าอะไหล่อย่างเดียว ต้องดูแลสวัสดิการคนในประเทศด้วยเรื่องคนเจ็บ คนเสียชีวิตให้เหมาะสม ดังนั้น ทุกบริษัทต้องไปจัดว่าขาดทุนตรงไหน ก็ปรับเบี้ยตรงนั้น แต่ความคุ้มครองตรงไหนที่ควรจะต้องเพิ่มก็ต้องเพิ่ม ไม่อย่างนั้นคนไทยก็จะไม่ได้ประโยชน์จากการประกันภัยรถยนต์เลย ได้แต่ค่าซ่อม ค่าอะไหล่”นายอานนท์ กล่าว


นายอานนท์ กล่าวว่า หากพิจารณาจากสภาพจริงๆ แล้ว ประกันอู่ห้างต้องปรับเบี้ยเพิ่มขึ้น 7-8% อย่างโรงพยาบาลเอกชนขึ้นค่ารักษาพยาบาลมากๆ รัฐบาลยังมาคุมราคา หากค่าซ่อมแพงมาก เบี้ยขาดทุน ประกันภัยก็ต้องขึ้นเบี้ย ถ้าขึ้นเบี้ยแล้วประชาชนเดือดร้อน รัฐบาลต้องมาดูค่าอะไหล่รถแพงเกินสมควรหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมีการหารือกัน







+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook