• WPT Team

IOD เผยคะแนน CGR บจ.ไทยปี 62 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 ปี

IOD เผยผลคะแนน CG บจ.ไทยปี 62 อยู่ที่ 82% จากปีก่อนที่ 81%  ทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 19 ปี พบบจ. 5 ดาว มีถึง 193 บริษัท   พร้อมเตรียมยกเครื่องการประเมินใหม่เน้น 3 ด้าน คาดบังคับใช้ปี 2565

   นายประสัณห์ เชื้อพานิช ประธานกรรมการ สถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เปิดเผยว่า ผลประเมินการรายงานด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2561 CGR ปี 2562 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย 677 บริษัท พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 82% ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 ปี นับตั้งแต่ปี 2554 และเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีคะแนนอยู่ที่ 81% จาก 657 บริษัท

   นอกจากนี้ยังพบว่า บจ.ไทย ยังมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการปรับบทบาทและภาวะผู้นำของคณะกรรมการในเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามหลักการใน CH Code และสอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุน

   ทั้งนี้ หากพิจารณาคะแนนเฉลี่ยรายหมวด พบว่า หมวดที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 80% ขึ้นไปมี 4 หมวด คือ หมวดสิทธิของผู้ถือหุ้นมีคะแนน 94% การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันมีคะแนน 92% การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสมีคะแนน 86% และการคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย มีคะแนน 81% ส่วนหมวดความรับผิดชอบคณะกรรมการ ยังมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 75% แต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าทุกหมวด ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี


ประสัณห์ เชื้อพานิช

   นอกจากนี้ จากการประเมินยังพบว่า มีบริษัทจดทะเบียนที่มีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 80% หรือได้ 4 ดาวขึ้นไปถึง 451 บริษัท โดยแบ่งเป็นบริษัทที่ได้คะแนน 80-89% รวม 258 บริษัท คิดเป็น 38% และบริษัทได้คะแนน 90% ขึ้นไป หรือ 5 ดาว มี 193 บริษัท หรือคิดเป็น 29 % 

   “เกณฑ์ CGR มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย การส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการประเมิน CGR ในอนาคตเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะธุรกิจและกระแสการพัฒนา CG ที่เปลี่ยนแปลงไป”นายประสัณห์ กล่าว

   นายกุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ IOD กล่าวว่า หลังจากนี้ การประเมิน CGR ควรยกเครื่องวิธีการประเมินใหม่ โดยมุ่งพัฒนา 3 ด้าน คือ 1.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ทันสมัย ครอบคลุมถึงประเด็น ESG และลดความซ้ำซ้อนกับการประเมินจากองค์กรอื่นๆ 2.ในการประเมิน CGR จะใช้ตัวชี้วัดที่ทำให้สามารถระบุประเด็นที่ บจ.ต้องปรับปรุงอย่างชัดเจน 3.ประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้ผลประเมินตั้งแต่ระดับดีพอใช้ ไปจนถึงระดับดีเลิศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในทุก บจ.

   ทั้งนี้ IOD ตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มใช้แนวทางการประเมินใหม่ในปี 2565 และจะจัดกิจกรรมสนับสนุนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ บจ. ตลอดปี 2563-2564 ซึ่งใน 2 ปีนี้จะประเมิน CGR ตามปกติด้วยหลักเกณฑ์และแนวทางเดิมไปก่อน

   นายภากร ปีตธวัชชัย ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตลท.ได้ร่วมมือกับ IOD ได้พัฒนา CGR ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นประโยชน์ต่อบริษัทจดทะเบียนในการพัฒนาการดำเนินธุรกิจ และประโยชน์ต่อผู้ลงทุนในการนำไปใช้ และควรพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

   สำหรับปัจจุบัน กองทุน ESG และสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทั่วโลกที่พิจารณาเรื่อง ESG เติบโตอย่างต่อเนื่องเกือบ 12 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่บจ.ไทย

   ขณะเดียวกันการส่งเสริมและยกระดับบจ.ให้ดำเนินธุรกิจด้วยคุณธรรม มีคุณภาพ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ เป็นหนึ่งในภารกิจการพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์แก่ทุกภาคส่งนของตลท. ตามวิสัยทัศน์ To Make the capital Market Work for Everyone

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook