หนี้เสียพุ่ง5.23แสนล้าน คาดปีนี้แตะ3.53%


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดหนี้เสียปี2563 จะอยู่ที่ 5.23 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.16% ประเมินแนวโน้มสิ้นปี 2564 อาจแตะ 3.53%


รายงานข่าวจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์แนวโน้มหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ว่า จากฐานข้อมูลรายงานงบการเงินประจำไตรมาส 4 ปี 2563 คาดว่ายอดคงค้างเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์จะ ปิดสิ้นปี 2563 ยอดรวม 5.23 แสนล้านบาท คิดเป็น 3.16% ของสินเชื่อรวม หรือเพิ่มขึ้นถึง 12.5% จากยอดคงค้างเอ็นพีแอล 4.65 แสนล้านบาทในปี 2562 หรือเพิ่ม 58,000 ล้านบาท


สำหรับในปี 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดเอ็นพีแอลมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กลับต้องมาเจอผลกระทบอีกครั้งจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในประเทศ แต่จากการผ่อนปรนในเรื่องของเกณฑ์การจัดชั้นหนี้หากมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้ รวมถึงการจัดการในเชิงรุกในการดูแลปัญหาหนี้เสียและการตัดหนี้สูญของธนาคารพาณิชย์ ทำให้คาดว่าเอ็นพีแอลในปี 2564 จะอยู่ที่ 3.53% อยู่ในกรอบกรอบ 3.40%-3.80% ของสินเชื่อรวม




ทั้งนี้ จุดจับตาสำคัญของสัญญาณเอ็นพีแอลมี 2 เรื่อง คือ 1.ยอดภาระหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ ของสถาบันการเงินที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในไตรมาสที่ 1 ปี 64 หลังจากที่ลดระดับลงในช่วงครึ่งหลังของปี 63 เพราะลูกหนี้และผู้ประกอบการกลับมาจ่ายคืนหนี้หลังจากหมดมาตรการฯ ซึ่งทำให้สัดส่วนความช่วยเหลือลูกหนี้ทยอยลดลงมาอยู่ที่ 22.7% ของสินเชื่อรวมระบบธนาคารพาณิชย์จากระดับ 31.0% ในไตรมาสที่ 2 ปี 63


โดยมีความเป็นไปได้ที่ลูกหนี้จะทยอยกลับมารับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน เนื่องจากคาดว่า การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่กระจายวงกว้างและเศรษฐกิจที่ชะลอเวลาการฟื้นตัวออกไป อาจทำให้กระแสรายได้ของภาคธุรกิจยังคงไม่สม่ำเสมอ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ โดยเฉพาะในกรณีที่การควบคุมการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่กินเวลานาน


2.ปัญหาเอ็นพีแอลในปีนี้มีโอกาสกระจายตัวออกไปในหลายกลุ่มธุรกิจมากขึ้น หลังจากในปีที่แล้ว แรงกดดันหลักๆ จะอยู่กับธุรกิจขนส่ง โดยเฉพาะขนส่งทางอากาศ และธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท แม้จะไม่มีการใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศกับการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 แต่ระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงักลงในหลายๆ ส่วนและสัญญาณอ่อนแอต่อเนื่องของกำลังซื้อทั้งภายในและต่างประเทศ ย่อมส่งผลทำให้การฟื้นตัวของระดับรายได้ของครัวเรือน และหลายๆ ธุรกิจต้องเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งสำหรับธุรกิจที่มีข้อจำกัดหรือมีความยืดหยุ่นน้อยในการปรับลดต้นทุน อาจเผชิญกับปัญหาด้านสภาพคล่องมากขึ้น


  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.