กรุงไทยพร้อมให้ตรวจธุรกรรมต้องสงสัย


ธนาคารกรุงไทเผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ หลังมีข่าวโยงธุรกรรมต้องสงสัย พร้อมยอมรับสินเชื่อหดตัว ตามภาวะเศรษฐกิจ มั่นใจประคองเอ็นพีแอลอยู่ พร้อมเปิดตัว “Krungthai NEXT” เวอร์ชั่นใหม่


นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารและข้อมูล “ฟินเซน ไฟล์” (FinCEN File) ที่หลุดออกมาจากหน่วยงานสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐ (FinCEN) ซึ่งมีหน้าที่ปราบปรามการก่ออาชญากรรมทางการเงินขึ้นตรงกับกระทรวงการคลังสหรัฐนั้น เอกสารดังกล่าวตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทางการถึงแหล่งที่มาขอข้อมูลที่ปรากฎตามสื่อต่าง ๆ



นายผยง กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารได้มีการประสานงานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในฐานะผู้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยมีการรายงานข้อมูลที่เป็นธุรกรรมต้องสงสัยให้หน่วยงานกำกับ เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐทั่วโลกในการที่จะสืบสวนและตรวจสอบในธุรกรรมต้องสงสัยทั้งระบบ



สำหรับสินเชื่อในไตรมาส 3/63 ต้องยอมรับว่า มีการชะลอตัวลงจากไตรมาส 2/63 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว เพราะฉะนั้นการที่จะเร่งการเติบโตสินเชื่อเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบัน โดยตอนนี้ธนาคารต้องให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมาเป็นอันดับแรก ซึ่งมาตรการช่วยเหลือจากธปท. จะสิ้นสุดลงในเดือนต.ค.นี้ทางธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาขยายเวลา และ ออกมาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้


  ทางด้านหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) ณ สิ้นไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 4.35% โดยในระยะถัดไปยังมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังมีเงินกองทุนแข็งแกร่งอยู่ที่ 18.72% ซึ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 14.86% โดยสามารถรองรับ NPL ที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งไม่ต้องเพิ่มทุน และ ไม่กระทบต่อแผนการลงทุนของธนาคาร โดยเฉพาะปีนี้ธนาคารได้ลงทุนไอที 16,000-19,000 ล้านบาท ซึ่งจากสิ้นปีก่อนถึงปัจจุบันใช้เงินลงทุนดังกล่าวไปแล้ว 60%


  "ภาพรวมไตรมาส 3/63 อาจลดลงไปบ้าง ซึ่งก็เป็นไปตามภาวะ โดยตอนนี้เราต้องเร่งให้ความช่วยเหลือลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นลดดอกเบี้ย ขยายวงเงิน ขยายระยะเวลาชำระ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาทำธุรกิจได้อีกครั้ง"นายผยง กล่าว


  ในขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital Personal Loan) อยู่ระหว่างทดสอบในแซนด์บ็อกซ์ของ ธปท. ซึ่งทดสอบมาได้ 3 เดือนแล้ว โดยจะเป็นการเพิ่มข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งจะใช้กับทั้งลูกค้าช่องทางปกติ และ ลูกค้าดิจิทัล เพื่อเป็นประโยชน์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายมากขึ้นด้วย โดยคาดว่า ต้นปีหน้าจะสามารถให้บริการสินเชื่อบุคคลดิจิทัลได้


ทั้งนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมานี้ มียอดธุรกรรมผู้ใช้งาน Krungthai NEXT เพิ่มขึ้นมากกว่า 80% มีจำนวนยอดธุรกรรมเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นมาก ส่วนใหญ่เป็นยอดการโอนเงินต่ำกว่า 1,000 บาท ทำให้ธนาคารมียอดธุรกรรมโมบายแบงก์กิ้งเพิ่มขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน


นอกจากนี้ ธนาคารมีความพร้อมการพัฒนาเว็บไซต์ของโครงการคนละครึ่งที่จะเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชั่น  “เป๋าตัง” ซึ่งจะต้องมีการปรับเพิ่มรายละเอียดที่ยังรอข้อมูลจากกระทรวงการคลัง


โดนวันที่ 23 ก.ย. นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย คณะกรรมการและผู้บริหาร พร้อมด้วย ณเดชน์ คูกิมิยะ พรีเซ็นเตอร์ ร่วมเปิดตัวแอป “Krungthai NEXT” เวอร์ชั่นใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลอย่างครบวงจรภายในแอปเดียว เตรียมก้าวสู่การเป็น The Full-scale Digital Banking ที่เป็นมากกว่าแอปธนาคารทั่วไป ตั้งเป้าดันยอดผู้ใช้งานทะลุ 12 ล้านคน ภายในปี 2564


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook