• WPT Team

ครม.ไฟเขียวมาตรการเยียวยา ผลกระทบโควิด-19ชุดแรกอัดเงิน 4 แสนล้าน


ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ชุดแรก 14 มาตรการย่อย ประเมินช่วยทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาท


นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ชุดแรก เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบระยะสั้นให้กับประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งด้านการทางการเงิน มาตรการทางภาษี และมาตรการของหน่วยงานต่างๆ รวม 14 มาตรการย่อย เบื้องต้นประเมินว่า ทุกมาตรการที่ออกมาครั้งนี้จะช่วยทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 4 แสนล้านบาท ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบันต้องใช้เวลาประเมินอีกระยะหนึ่ง จากนั้นจึงพิจารณาการออกมาตรการชุดใหม่เข้ามาดูแล



สำหรับมาตรการที่ออกมาครั้งนี้ เบื้องต้นจะใช้เงินรวมกันไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ทั้งวงเงินสินเชื่อ และวงเงินงบประมาณ ผ่านมาตรการทางการเงิน และภาษีเช่น การจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบวงเงินรวม 1.5 แสนล้านบาท การลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 1.5% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. - 30 ก.ย.63 และลดเหลือ 2% สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามข้อกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. -31 ธ.ค.64 ที่จ่ายผ่านระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์


ส่วนมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เช่น คืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ให้บ้านที่อยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก 21.5 ล้านราย จะทยอยคืนตั้งแต่เดือนมี.ค.63 คิดเป็นเงิน 3 หมื่นบาท ,ตรึงค่าเอฟทีเดือนพ.ค.63 โดยลดลง 11.60 สตางค์ต่อหน่วย  คิดเป็นเงิน 4,534 ล้านบาท และการลดค่าไฟฟ้า 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเม.ย.-มิย.63 พร้อมขยายเวลาจ่ายค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท การไม่คิดค่าปรับ หรือดอกเบี้ยตลอดระยะเวลาผ่อนผัน โดยไม่มีการงดจ่ายค่าไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว พร้อมกับผ่อนผันได้ไม่เกิน 6 เดือนของแต่ละรอบบิล



ครม.เห็นชอบมาตรการระยะที่ 1 ดูแลผลกระทบเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด มาตรการทางภาษี 1. คืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย เหลือ 1.5% เริ่มมีผลตั้งแต่ เม.ย.-ก.ย.63 ในรอบปีภาษี 2563 2. ลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการให้นำไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า 3. ให้นำรายจ่ายค่าจ้างมาหักลดหย่อนได้ 3 เท่าในการคำนวณภาษีเงินได้ 4. เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศให้เร็วขึ้นภายใน 15 วัน หากยื่นแบบชำระภาษีทางอินเตอร์เน็ต และจะคืนให้ภายใน 45 วัน ถ้ายื่นที่สำนักงานสาขาของสรรพากร มาตรการทางการเงิน 1.มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยเตรียมวงเงินไว้ 150,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 2% ระยะเวลา 2 ปี วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท/ราย 2. มาตรการพักเงินต้น ลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะดำเนินการโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) เช่น ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น 3. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 โดย ธปท. ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการอำนวยสินเชื่อของสถาบันการเงินให้สามารถอำนวยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น 4. มาตรการเสริมจากสำนักงานประกันสังคม โดยเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไว้ในวงเงิน 30,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้กู้แก่ผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม มาตรการอื่นๆ เช่น 1. มาตรการบรรเทาการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ, การคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า 2. กองทุนประกันสังคม ให้ลดการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง 3. มาตรการบรรเทาภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ราชพัสดุ 4. มาตรการช่วยเหลือตลาดทุน โดยให้ผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน SSF สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีก 2 แสนบาท สำหรับเงินลงทุนในระยะเวลาตั้งแต่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย.63 จากเดิมที่ให้หักลดหย่อนได้ 2 แสนบาท โดยอาจจะพิจารณาขยายเวลาให้อีกหากมีความจำเป็น

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook