คลัง ชี้มาตรการเยียวยาชุดใหม่ ดันจีดีพีโตได้ 2.8%

จับตามาตรการใหม่ สำหรับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อและมีรายได้คือ โครงการ"ยิ่งใช้ยิ่งได้" ซึ่งรัฐจะสนับสนุน e-Voucher หลังการซื้อสินค้า ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม และค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ( ไม่รวม ลอตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันก๊าซสำหรับยานพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบิน )

ซึ่ง e-Voucher ที่ได้จะเกิดจากการใช้จ่ายตั้งแต่เดือน ก.ค.- ก.ย. 2564 และจะได้ e-Voucher ใน g - wallet ในเดือน ส.ค. - ธ.ค. 2564 ( ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ ) โดยกำลังหารืออยู่ว่าจ่ายให้ 10 - 15 % ของมูลค่าการใช้จ่าย หมายถึง ต้องซื้อสินค้าถึง 50,000 บาท ซึ่งจะได้ e-Voucher 5,000 ซึ่งยังไม่ข้อสรุป โดยอาจจะกำหนดวงเงินขั้นสูงที่ 60,000 บาท เพื่อรับ e-Voucher คืนที่ 7,000 บาทต่อคน ผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง คาดว่ามาตรการนี้ครอบคลุม 4 ล้านคน และจะช่วยทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท

ส่วนมาตรการเราชนะ และ ม 33 เรารักกัน จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่ 11 พ.ค.64 โดยมาตรการเราชนะ 33.5 ล้านคน จะโอนเงินให้ผู้ได้สิทธิกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรประชาชน รอบแรก 1,000 บาท ในวันที่ 21 พ.ค.64 และอีก 1,000 บาท ในวันที่ 28 พ.ค.64 ส่วนกลุ่มที่ใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จะได้รับเงินงวดแรกวันที่ 20 พ.ค.64 และงวดสองวันที่ 27 พ.ค.64


มาตรการ ม33 เรารักกัน 9.27 ล้านคน จะโอนเงินงวดแรกในวันที่ 24 พ.ค.64 และงวดสองวันที่ 31 พ.ค.64 โดยที่ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และระบบจะโอนเงินเข้าอัตโนมัติ เพื่อใช้จ่ายได้ถึง 30 มิ.ย.64


ด้าน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สศค.ได้ประเมินในเบื้องต้นว่ามาตรการเยียวยาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ วงเงินรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ที่ผ่านความเห็นชอบในหลักการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น หากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปี 2564 มากกว่า 4 แสนล้านบาท และจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 1%

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะมีการปรับประมาณการ GDP ปีนี้อีกครั้งในเดือน ก.ค.64 จากปัจจุบันคาดการณ์อยู่ที่ 2.3% ซึ่งหากรวมกับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการระบาดจากโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้มีโอกาสที่ GDP ปีนี้จะขยับเพิ่มขึ้นใกล้ระดับ 2.8% ได้

60842134_344840146219935_815184079816228
60842134_344840146219935_815184079816228