• Chatchai

โควิด-19 สอนอะไรเราบ้างเรื่องเงินๆ ทองๆ

โดย - ลีลี่ โจว การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังขยายวงกว้างในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (disruption) กับหลายบริบทในสังคม จากสำนวนที่ว่า “รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย” ในภาวะแบบนี้ไม่ใช่อีกต่อไป ต้อง “แยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราติด”



ในวันนี้เราขอไม่พูดถึงผลจากโควิด-19 ที่เกิดขึ้นกับส่วนงานอื่นๆ แต่อยากจะขอสรุปแง่คิดดีๆ เรื่องการเงิน ที่สอนใจเรา ที่หาได้จากภาวะการแพร่ระบาดของโควิด-19 กันบ้าง 1.) เงินสำรองเผื่อฉุกเฉินนั้นสำคัญจริงๆ

เรามักจะได้ยินเสมอว่า เราควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินเอาไว้สำหรับใช้ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ของเงินที่ใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน ตีง่ายาๆ ก็ประมาณ 6-12 เท่าของเงินเดือนที่ได้

นี่คือ สิ่งที่เราได้ยิน แต่ในทางปฏิบัติ หลายคนกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก เพราะคิดว่า ไม่เป็นไร ไม่คิดจะลาออกจากงานอยู่แล้ว หาเงินได้ทุกเดือน ไม่กลัวเรื่องไม่มีกินเด็ดขาด ดังนั้นจึงใช้จ่ายแบบเพลินๆ เดือนชนเดือนประจำ ในแต่ภาวะโควิด-19 แพร่ระบาด บางอาชีพที่ว่าได้เงินดีๆ กลับไม่สามารถออกไปทำงานได้ เช่น กลุ่มอาชีพสายการท่องเที่ยว ที่บัดนี้ ไม่มีคนมาเที่ยว และก็อยู่ในภาวะขอความร่วมมือให้ทุกคนห่างไกลกัน ตามแนวคิด Social Distance หากเราไม่ได้มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ แล้วที่ผ่านมาเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ที่ได้เงินเป็นรายวัน เมื่อไม่ได้ทำงานนานๆ แบบนี้ สถานภาพทางการเงินก็มีหนาวๆ แน่นอน

ดังนั้น เจอเหตุการณ์สอนใจครั้งนี้แล้ว เราก็ควรจะกลับมาทบทวนตัวเองว่า เราเตรียมเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ดีพอหรือยัง ถ้ายังไม่พร้อม ก็เริ่มต้นใหม่ ทำให้พร้อมซะ เพราะเราไม่รู้ว่า วันข้างหน้าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่


2.) ทนไหวอยู่ไหมเมื่อหุ้นลงมาไกลขนาดนี้

ในเดือน มี.ค. เราได้เห็นตลาดหุ้นไทยรวมถึงตลาดหุ้นหลักๆ ในโลก เช่น ในสหรัฐฯ ใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ สนุกมือ จากเหตุการณ์นี้ หุ้นของนักลงทุนหลายคนที่อยู่ในพอร์ตน่าจะราคาหล่นฮวบลงมามาก รวมถึงกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นด้วย ไม่ว่าจะหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ ก็มีสิทธิที่พอร์ตราคาหล่นไป 10-20% หรือมากกว่านั้น

ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นสภาวะที่ทำให้เราตอบคำถามตัวเองได้ดีว่า ที่จริงแล้ว ที่เราเคยบอกว่า เรารับความเสี่ยงสูงได้ ถ้าระหว่างทางลงทุนมูลค่าหายไป 50% รับไหวจริงไหม โดยเฉพาะคนที่ลงทุนผ่านกองทุนรวม แล้วเคยทำสำรวจบอกว่าตัวเองรับไหว ผันผวนระดับ 50% ก็ไม่กลัว พอเห็นราคากองทุนร่วงแบบนี้แล้ว มือสั่นริกๆ หัวใจจะวายไหม หรือแค่นั่งเฉยๆ ยุบหนอพองหนอ มีขึ้นได้ก็มีลงได้ ถ้ากลับมาดูตัวเองแล้วพบว่า จริงๆ ก็ไม่ได้ทนทานกับความเสี่ยงมากขนาดนี้ได้ หลังจากนี้จะได้ปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนเสียใหม่ ให้ตรงกับความเสี่ยงที่ใจรับไหวจริงๆ 3.) เราควรหารายได้ ได้มากกว่า 1 ทาง

จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้คนทำงานบางกลุ่ม ไม่สามารถออกไปทำงานที่ตัวเองทำประจำได้ เพราะธุรกิจถูกบังคับให้ต้องปิดชั่วคราว หรือบางคนนายจ้างอาจจะขอความร่วมมือให้หยุดแบบไม่ได้รับค่าจ้าง แบบนี้เป็นต้น ส่งผลให้บางคนที่มีรายได้จากช่องทางเดียวแล้วประสบภาวะเช่นนี้ ต้องคิดหนักทีเดียว เพราะตัวเองก็มีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือภาระอื่นๆ อยู่ ดังนั้นแล้ว หากเราสามารถหาอาชีพที่สอง หรือสิ่งที่เราทำ แล้วสามารถสร้างรายได้ได้ ในยามที่งานประจำของเราไม่มี หรือมีปัญหา สิ่งนี้จึงสำคัญมาก หากใครต้องหยุดอยู่บ้านเวลานี้ ก็น่าจะลองใช้เวลาว่าง ลองคิดหาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วจะหารายได้เสริมได้กันดู

4.) อย่าประมาทในการใช้จ่าย

ข้อนี้ น่าจะเป็นข้อสำคัญที่สุดที่โควิด-19 ให้ไว้ เพราะหากเราประมาทในการใช้เงิน ใช้จ่ายเกินตัว มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว เจอภาวะแบบนี้เข้าไป เราก็อาจต้องน้ำตาตกในกับการหาเงินใช้คืนหนี้ไม่ได้ สุดท้ายก็อาจจะต้องขายทรัพย์สินที่มีอยู่ เพื่อไปชดใช้ หรือลำบากไปถึงคนในครอบครัวได้ ดังนั้นการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท มีสติทุกครั้งที่ใช้จ่าย ดีที่สุด 5.) ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ

สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาการเงินใดๆ เพราะเตรียมตัวมาอย่างดี มีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ ในภาวะโควิด-19 เช่นนี้ แทนที่จะมองเป็นวิกฤติ ก็อาจจะเป็นโอกาสด้วยซ้ำ เพราะหุ้น และกองทุนหลายกอง ราคาลงมามาก มองดีๆ ก็ถือเป็นโอกาสที่จะเข้าไปลงทุน แต่จากสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนแบบนี้ การทยอยลงทุน ค่อยเป็นค่อยไป ตามจังหวะ และโอกาสที่เรามองเห็น น่าจะดีที่สุด เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาด ก็ไม่รู้ว่าจะไปจบเวลาไหน สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนโชคดีในชีวิต มีสติ ไม่ประมาท แล้วเราจะผ่านโควิด-19 ไปด้วยกัน

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook