• yindee

รมว.คลังหนุนธุรกิจประกันภัยขับเคลื่อนศก

 รมว.คลังหนุน คปภ.แก้กฎหมาย เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยเป็นเสาหลักหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ยกระดับประกันสุขภาพ - ประกันภัยพืชเกษตรกรเป็นเรื่องเร่งด่วน มอง ชี้รัฐบาลประกาศฉุกเฉินคุมพื้นที่กทม.เป็นเหตุจำเป็น เชื่อฝ่ายความมั่นคงดูแลได้ มั่นใจไม่กระทบภาคธุรกิจ


   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน มอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจรประจำปี 63 ว่า กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนการทำประกันภัยในกลุ่มประชาชนทั่วไป และผู้มีรายได้น้อย ให้เป็นวาระแห่งชาติ รวมถึงได้ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ให้เร่งจัดทำแผนประกันประกันสุขภาพ ประกันหลังวัยเกษียณ ประกันเกี่ยวกับการขนส่งคมนาคม สำหรับกลุ่มรายย่อย รวมทั้งพร้อมสนับสนุนในการแก้ไปกฎหมายของ คปภ.ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจประกันภัยเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของเศรษฐกิจของประเทศ ให้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาห


   สำหรับการยกระดับประกันสุขภาพ ยืนยันว่าเป็นมาตรการเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันระบบสวัสดิการยังไม่เพียงพอ ที่จะรองรับค่าใช้จ่าย และสังคมผู้สูงอายุในอนาคต รวมถึงปัจจุบันพบว่า สัดส่วนการทำประกันยังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นจึงอยากให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐด้วย



   นอกจากนี้ ยังอยากให้การทำประกันเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนชีวิตหลังวัยเกษียณ เพราะพบว่า คนไทยยังมีหลักประกันน้อย ขณะที่สังคมผู้สูงวัยกำลังก้าวเข้ามา


   “ปัจจบันคนไทยมีสัดส่วนการทำประกันภัยน้อย และหลักประกัน หรือสวัสดิการของรัฐในด้านสุขภาพยังมีไม่เพียงพอที่จะรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคตได้ ดังนั้นจึงจะใช้ระบบประกันเข้ามาช่วย เพื่อแบ่งเบาภาระงบประมาณของภาครัฐในระยะต่อไป สำหรับแนวทางนั้นพร้อมที่จะใช้มาตรการทางด้านการคลังเข้ามาสนับสนุน ทั้งการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีเข้ามา หรือการใช้งบประมาณรัฐเข้าไปช่วยสนับสนุน แต่รายละเอียดจะมีการศึกษาก่อน”นายอาคม กล่าว


   นายอาคม กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้คปภ.ไปพิจารณาการออกประกันพืชผลทางการเกษตรเพิ่มเติม นอกเหนือจากข้าวนาปี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมองว่าจะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรได้


   นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ธุรกิจประกันมีเบี้ยประกันรับโดยตรงอยู่ที่ 406,869 ล้านบาท แบ่งเป็น ธุรกิจประกันชีวิต 285,402 ล้านบาท ธุรกิจประกันวินาศภัย 121,467 ล้านบาท โดยธุรกิจประกันภัยมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 4.61 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อจีดีพีอยู่ที่ 5.3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง



   สำหรับที่ผ่านมาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยจึงมีบทบาทในการช่วยพัฒนาประเทศ แต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้นธุรกิจประกันจึงต้องปรับตัว เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปให้มากขึ้น ขณะเดียวกันในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย คปภ.ได้บูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 เช่น การสนับสนุนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง การนำเทคโนโลยีมาเป็นช่องทางในการเข้าถึงประกันมากขึ้น


   “พร้อมจะนำแนวทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายไปดำเนินการ โดยจะต้องหารือร่วมกับอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อจัดทำแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยมาเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา ซึ่งที่ผ่านมา คปภ.ได้มีการส่งเสริมอยู่แล้ว เช่นการจัดทำประกันภัยเฉพาะโรค ที่มีเบี้ยราคาถูกหลักร้อยบาทให้ประชาชนได้ซื้อ”นายสุทธิพล กล่าว



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวถึงกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเวลา 04.00 น. มีผลตั้งแต่ 15 ต.ค. นี้ว่า เป็นความจำเป็นของรัฐบาล และฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องเข้าไปดูแลสถานการณ์ ซึ่งมองว่า เรื่องนี้ เป็นการประกาศเฉพาะพื้นที่เท่านั้น ซึ่งส่วนของภาคธุรกิจ เชื่อว่าจะเดินหน้าต่อไปได้ปกติ และฝ่ายความมั่นคงจะดูแลเป็นอย่างดี


   ทั้งนี้จะมีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ขณะนี้ขอดูแลเฉพาะส่วนกระทรวงการคลังก่อน


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook