คปภ.พบรมว.คลังรับนโยบาย

เลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อรับมอบนโยบายและการดำเนินงานด้านการประกันภัย


ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อรับมอบนโยบาย ณ ห้องประชุมกระทรวงการคลัง


นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับทราบรายงานเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจหลักในการกำกับดูแลและพัฒนาธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการนำระบบประกันภัย เข้าไปรองรับนโยบายและมาตรการสำคัญของรัฐบาล การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างเสริมความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นของประชาชนในทุกระดับโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มฐานราก รวมถึงพัฒนาให้ระบบเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน


ผ่านมาตรการที่สำคัญ 6 มาตรการ ได้แก่ มาตรการ รองรับนโยบายภาครัฐ ได้แก่การต่อยอดและขยายผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยพืชผล การปรับปรุงสัญญาประกัน สุขภาพของธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การประกันภัยสำหรับผู้ลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับกรมขนส่งทางบก มาตรการเยียวยาปัญหา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยร่วมมือกับภาคธุรกิจประกันภัย พัฒนากรมธรรม์ประกันภัย คุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ประชาชนทั่วไป และชาวต่างชาติที่จะ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นการลดภาระในการใช้งบประมาณสาธารณสุขของประเทศ

มาตรการส่งเสริม ให้ภาคธุรกิจประกันภัยเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่การลงทุนของธุรกิจประกันภัย เป็นต้น


มาตรการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีด้านประกันภัย โดยการจัดตั้งศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประกันภัย (CIT)


มาตรการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านประกันภัย โดยการปรับปรุงร่างกฎหมายแม่บทว่าด้วยการ ประกันภัย และมาตรการส่งเสริมการเข้าถึงระบบประกันภัยและการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยแก่ประชาชน โดยการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญ ของการประกันภัยและใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้กับชีวิตและทรัพย์สิน



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านการประกันภัยที่สำคัญ ๆเพิ่มเติมดังนี้

(1) การจัดทำประกันภัยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยรัฐบาลสนับสนุนเบี้ยประกันภัยถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ซึ่งจะ ทำให้ประชาชนในกลุ่มฐานรากได้รับความคุ้มครองจากการประกันภัย จึงจะเร่งให้มีการศึกษาความเป็นไปได้นอกจากนี้ ยังเห็นว่าควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนทุกอาชีพตระหนักและเห็นความสำคัญของการออมในระยะยาว เพื่อสร้าง หลักประกันและความมั่นคงในชีวิต


(2) กรณีการจัดทำประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติ ที่เข้ามาในประเทศนั้น ควรส่งเสริมบริษัทประกันภัยในประเทศให้สามารถจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยสามารถซื้อประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ได้จากประเทศต้นทาง



(3)การส่งเสริมการประกันสุขภาพ ให้เน้นการดำเนินงานที่ส่งผลให้คนไทยเห็นความสำคัญของการจัดทำประกันชีวิตและ การจัดทำประกันสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และเห็นด้วยกับแนวทางการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยใช้การประกันภัยสุขภาพ เพิ่มในส่วนของค่าลดหย่อนให้เทียบเท่ากับประกันชีวิต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสอดคล้องกับนโยบาย ของกระทรวงการคลังที่ได้มอบหมายให้กรมสรรพากรทบทวนความเหมาะสมของวงเงินค่าลดหย่อนภาษีประจำปีประเภทต่าง ๆ


(4) เห็นควรส่งเสริมการจัดทำประกันภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของรัฐอาทิเช่น สนามบิน รถไฟ หรือการประกันภัยสำหรับรถยนต์ของราชการ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการจัดทำประกันภัยจึงควรมีการศึกษาและส่งเสริม ให้มีการจัดทำประกันภัยสำหรับทรัพย์สินของทางราชการและโครงการของรัฐ เพื่อบริหารความเสี่ยงให้กับภาครัฐ


(5)ควรส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเพิ่มเติมจากเขตอุตสาหกรรม EEC อาทิโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคายเป็นต้น ซึ่งการลงทุนอาจแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ 1) รัฐบาลลงทุนเอง 2) ให้เอกชนลงทุน โดยอาจกำหนดให้เอกชนลงทุนทั้งหมด หรือ เอกชนลงทุนเฉพาะส่วน O&M (Operation & Maintenance)แล้วรัฐบาลลงทุนในส่วนของการก่อสร้าง โดยทำ financial model เพื่อพิจารณาเลือกวิธีการ ลงทุนที่เหมาะสม ทั้งนี้ขอให้สำนักงาน คปภ. ติดตามความคืบหน้าของโครงการที่ได้มีการเสนอกระทรวงการคลัง เช่น การรับ ประกันภัยต่อ การนำประกันภัยมาต่อยอดสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการประกันภัยพืชผลโดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักของ ประเทศเป็นต้น ซึ่งหากมีปัญหาอย่างไรก็ขอให้แจ้งมาให้ทราบด้วย “สำนักงาน คปภ. พร้อมรับนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยจะบูรณาการความร่วมมือกับ ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และภาคส่วนอื่น ๆ ตลอดจนทุ่มเทสรรพกำลังในการขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทย ให้เป็นหลักประกันความมั่นคงของประชาชน อันจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.