นายแบงก์หวั่นปัญหา PM2.5-แพร่ระบาดไวรัสฉุดศก.ไทย


สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฯ มองเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัจจัยลบภายในประเทศ ทั้งPM2.5 -ภัยแล้ง - ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่าเงินบาทแข็งฉุดเศรษฐกิจไทยโตไม่ถึง 3%


นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) เปิดเผยว่า ปัจจัยเสี่ยงที่กระทบเศรษฐกิจไทยในปีนี้เป็นเรื่องของปัญหาฝุ่นละออง(PM2.5) ภัยแล้ง  ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และการเบิกจ่ายงบประมาณ 63 ที่ล่าช้าอาจทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ถึง 3 %  และอาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1 %ในไตรมาส 1 ของปีนี้ เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป

 


“ปัญหาฝุ่นละออง และไวรัสโรนาสายพันธุ์ใหม่คาดว่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณปี 63 จะช่วยให้เกิดการลงทุนในโครงการรัฐและเอกชนเพิ่มและทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ” 

 

นอกจากนี้การที่จีดีพีไทยจะกลับไปเติบโตที่ระดับ 4 % เหมือนปี 60-61 เป็นไปได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงชะลอตัว การบริโภคภายในประเทศที่อ่อนกำลังลง ประกอบกับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากรายได้ฝืดเคืองทำให้คนต้องหันหาเงินกู้เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายประจำวัน ส่วนเรื่องงบประมาณประจำปี 63 ยังล่าช้า และปัญหาความเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยให้เศรษฐกิจเติบโต และยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าประเทศไทยได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการลงทุนอันเป็นผลมาจากสงครามการค้า หรือการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทในช่วงนี้อยู่ที่ 30.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าไตรมาส 1/63 จะอยู่ที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ



ด้านนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวถึงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ว่า ต้องรอดูสถานการณ์ก่อน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกขึ้นอยู่กับการควบคุม ซึ่งที่ผ่านมาเคยเกิดการระบาดของโรคซาร์ส และไข้หวัดนก จึงมีระบบและมาตรการควบคุมอย่างเต็มที่ รวมทั้งการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จึงคิดว่าสถานการณ์ไม่น่ารุนแรง และคาดว่าผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไม่มาก


+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook