PTG ย้ำปี 64โต8-12%รับรู้กำไร Autobacs

PTG ย้ำรายได้ปี 64 โต 8-12% อัดงบลุย Non-oil อีก 1 พันลบ. แบ่งเป็นขยายธุรกิจเดิม 500 ลบ. และอีก 500 ลบ.ลุยธุรกิจใหม่ พร้อมรับรู้กำไรจากธุรกิจ Autobacs เป็นปีแรกวางแผนรายได้ปี 68 แตะ 4 พันลบ.

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ว่าคาดรายได้ในปี 64 จะเติบโตได้ประมาณ 8-12% โดยในปีหน้าบริษัทจะมุ่งเน้นธุรกิจนอนออยล์ (Non-oil) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งวางงบลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายธุรกิจเดิมที่มีอยู่ซึ่งใช้เงินลงทุนประมาณ 325-500 ล้านบาท ได้แก่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทยอีก 40 สาขา , คอนวีเนียนสโตร์อีก 60 สาขา , Gas Shops อีก 50 แห่ง , Autobacs อีก 20 แห่ง , โรงบรรจุอีก 12 แห่ง เป็นต้น และจำนวนเงินอีกประมาณ 500 ล้านบาท ใช้สำหรับลงทุนในธุรกิจ Non-oil ใหม่อื่นๆ อีกประมาณ 500 ล้านบาท


สำหรับธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs ผลประกอบการเริ่มดีขึ้น ซึ่งคาดว่าในปี 64 จะเริ่มทำกำไรเป็นครั้งแรก ซึ่งแผนงานในปี 68 คาดหวังจะมีรายได้แตะระดับ 4,000 ล้านบาท และแผนขยายสาขาในแต่ละปีจะพยายามเฉลี่ยอยู่ที่ 20-50 สาขา


ด้านส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีปั๊มน้ำมันโดยรวมของ PT เมื่อเทียบในอุตสาหกรรม สิ้นสุดไตรมาส 3/63 มีสัดส่วนอยู่ที่ 16.6% เป็นลำดับที่ 2 หรือการบริโภคน้ำมันผ่านบริการสถานีน้ำมันอยู่ที่ 7,315 ล้านลิตร ซึ่งคาดว่าสิ้นปีจะสามารถขยับเพิ่มเป็นกว่า 17%


และหากพิจารณาส่วนแบ่งทางการตลาดประเภทสถานีบริการก๊าซ พบว่าสิ้นสุดไตรมาส 3/63 PT มีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 12.4% หรือเป็นลำดับที่ 4 คิดการบริโภคประมาณ 332 ล้านลิตร คาดว่าสิ้นสุดปีนี้จะสามารถขยับสัดส่วนให้อยู่ที่ระดับ 15% และคาดหวังในปี 64 จะมีส่วนแบ่งการตลาดการขายก๊าซเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

" งบลงทุน จะใช้ ขยายสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊ม) และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ราว 3,000 – 3,500 ล้านบาท โดยในปี 64 บริษัทฯ มีเป้าหมายจะขยายทั้งปั๊มน้ำมันและปั๊ม LPG จำนวน 150-200 สาขา ซึ่งจะเน้นขยายปั๊มขนาดใหญ่ที่มีการเพิ่มบริการที่หลากหลาย โดยปัจจุบันบริษัทมีปั๊มน้ำมันอยู่ราว 2,078 สาขา และมีปั๊ม LPG อยู่ราว200 สาขา พร้อมใช้งบลงทุนในการขยายธุรกิจนอนออยล์อีกราว 1,000 ล้านบาท โดยจะดึงพันธมิตรเข้ามาเสริมในพื้นที่ปั๊มน้ำมันเพิ่มเติมอีกหลายราย ส่วนที่เหลือ 500 ล้านบาท รองรับขยายลงทุนในธุรกิจอื่นๆ "


นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากาการขยายปั๊มน้ำมันและปั๊ม LPG และได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางบัตรสมาชิก พีที แมกซ์ ( PT MAX CARD ) ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ราว 14 ล้านใบ สิ้นปีคาดว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านใบ และตั้งเป้าในปี 64 มีสมาชิกเพิ่มเป็น 18 ล้านใบ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะรักษาส่วนแบ่งการตลาดน้ำมัน (มาร์เก็ตแชร์) ให้อยู่ในระดับ 14%



สำหรับผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/63 คาดว่าจะมีผลประกอบการเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตดีกว่าช่วงไตรมาส 3/63 เนื่องจากในช่วงไตรมาส 4 จะเป็นฤดูกาลเก็บเกียวผลผลิตทางการเกษตร และเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยว ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นทั้งน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซลมากขึ้น โดยกลุ่มลูกค้ากว่า 70% เป็นกลุ่มน้ำมันดีเซล เบนซิน 30% จึงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไม่มาก



ส่วนแผน การนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพน์แห่งประเทศไทย นั้น ในส่วนของปาล์มคอมเพล็กซ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท พีพีพี กรีน คอมเพล็กซ์ จำกัด หรือ PPPGC และธุรกิจ LPG โดยบริษัท แอตลาสออยล์ จำกัดคาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในช่วงปลายปี 64 หรือต้นปี 65 ส่วนธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย และธุรกิจออโต้แบคส์ คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ในอีก 3 ปี ข้างหน้า

ด้านนายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTG กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาออโต้แบคส์ เพิ่มเป็น 200 สาขา และขึ้นเป็นเบอร์ 1 ภายใน 3 ปี โดยในปี 2564 ตั้งเป้าขยายเพิ่ม 20 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล คาดใช้งบลงทุนประมาณ 3-4 ล้านบาทต่อสาขา อยู่ในพื้นที่ของสถานีบริการน้ำมัน PT ก่อน ซึ่งปัจจุบันมีอยุ่กว่า 2,100 สาขา และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าจะมีรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะนำบริษัท บริษัทสยามออโต้แบคส์ จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า



  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.