• Numnan Tapee

PTG ฝ่าโควิด19ฉลุยปี63กำไรพุ่งขึ้น 21.33% บอร์ดปันผลผู้ถือหุ้น 0.50บาท

อัพเดตเมื่อ: ก.พ. 28


นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยว่าบริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดปี 2563จำนวน 1,894,041 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.33%เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,560,67 ล้านบาท ผลดำเนินงานที่ดีขึ้นคณะกรรมการอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.50บาท


# "พีทีจี"ยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านการเติบโตของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมน้ำมันในภาพรวม โดยมีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางอยู่ ที่ 4,959 ล้านลิตร เติบโต 5.9% จากปี แล้วใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6-10% ในส่วนของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านช่องทางสถานีบริการ ซึ่งคิดเป็ นสัดส่วน 95.6%ของปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทั้งหมด หรือเท่ากับ 4,741 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 8.1% จากปี ที่แล้วโดยการเติบโตเป็นผลมาจากการขยายสาขาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มปริมาณการจำหน่ายน้ำมันต่อสถานีบริการของสาขาเดิมที่เติบโตขึ้น 0.9% จากปีที่แล้ว "






  พีทีจี ถือว่าเติบโตดีกว่าอุตสาหกรรมน้ำมัน ที่ปี 2563  โดยรวมมีปริมาณการ จำหน่ายน้ำมัน
ผ่านทุกช่องทางเท่ากับ 34,837 ล้านลิตร ลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า  เพราะการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงจากมาตรการล็อคดาวน์ประเทศของภาครัฐที่ออกมา ยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมิถุนายน ภาครัฐได้ผ่อนคลายล็อคดาวน์  ทำให้ภาพรวมปริมาณการใช้ น้ำมันในครึ่งปีหลังปรับเพิ่มขึ้น โดยภาพรวมปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินของประเทศเติบโตลดลง 1.2% และ 1.2%ตามลำดับ 

ขณะที่ปริมาณการใช้แก๊ส LPG ในประเทศก็ได้รับผลกระทบเช่นกันเดียวกับ กันจาก

การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่ลดลง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงเช่นเดียวกัน และ ยังได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เเละผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้แก๊ส LPG ไปใช้น้ำมันแทย เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ทำให้ในภาพรวมปริมาณการจำหน่าย แก๊ส LPG ของประเทศลดลงมาอยู่ที่ 6,235 ล้านลิตร ลดลง 11.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับปัจจัยที่พีทีจีเติบโตเพราะเรา ขยายสาขาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มปริมาณการจำหน่ายน้ำมันต่อสถานีบริการของสาขาเดิมที่เติบโตขึ้น 0.9% จากปี ที่แล้ว


นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดธุรกิจNon-Oil โดยเพิ่มการให้บริการต่างๆ ในสถานีบริการ ให้มีความครบครันมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการเชื่อมโยงระบบบัตรสมาชิก ร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้าของบริษัท ผ่านการวัดผลข้อมูล (Data Measurement) อย่างเป็นระบบ ด้วยการผสมผสานโลกออฟไลน์และออนไลน์ไว้ด้วยกันผ่านบัตร PT Max Card และแอพพลิเคชั่น Max Rewards

ท าให้บริษัทสามารถเชื่อมโยงการให้บริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ครบถ้วน ครอบคลุมทุกจุดหมายการเดินทางการดำเนินงานและผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้


นอกจากปริมาณการจำหน่ายนแก๊ ส LPG ผ่านสถานีบริการยังคงเติบโตเพิ่มขึ้น 13.0% หรือเท่ากับ

152 ล้านลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับเป้ าหมายที่วางไว้ที่ 15-20% จากปี ที่แล้วเช่นกัน พีทีจียังคงเติบโตจากการขยายสถานีบริการอย่างต่อเนื่อง บวกกับการบริการที่เป็นมาตรฐาน ระบบสมาชิกที่แข็งแกร่ง และแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากปี 2563 พีทีจีขยายสถานีบริการน้ำมันและแก๊ ส LPG 67 สถานี จากเป้าหมายการขยายสาขาที่ 50-100 สถานีทำใ ห้พีทีจีมีสถานีบริการรวมทั้งหมด 2,094 สถานีทั่วประเทศ


ส่วนของการขยายธุรกิจ Non-Oil พีทีจีได้ขยาย Touchpoint รวมทั้งหมด 152สาขา ซึ่งเป็นไปตามเป้ าหมายการขยายที่ 100 สาขา ถึงแม้ว่าธุรกิจ Non-Oil จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19บริษัทได้มีการปรับสัดส่วนสาขาให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ สาขาของร้านกาแฟคอฟฟี่ เวิร์ด ซึ่งสาขาส่วนใหญ่ ในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้ มอลล์ และสนามบิน ขณะที่ธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้ านสะดวกซื้อ Max Mart ยังสามารถเติบโตได้ดี รวมถึงการเริ่มการขยายการให้บริการแก๊ ส LPG สำหรับครัวเรือน ทำให้ในปี 2563 พีทีจีมี Touchpoint ทั้งสิ้น 756 สาขา โดยมี จำนวนสถานีบริการและสาขาธุรกิจ Non-Oil


"ปี 63ใช้เงินลงทุนไป 2,043 ล้านบาท ต่ำกว่า เป้ าหมายไว้ที่ 3,000-3,500 ล้านบาท เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจ " นอกจากนี้โครงการ Palm Complex ที่ ดำเนินงานโดยบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ หรือ “พีพีพีจีซี” ซึ่งพีทีจีถือหุ้นในสัดส่วน 40% ดำเนินโครงการได้เต็มกำลังการผลิตครบทุกกระบวนการตามเป้ าหมายทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Palm Complex เป็ นจ านวน 353 ล้านบาทค่าการตลาดของธุรกิจน้ำมันกลับมาอยู่ในระดับปกติ

ส่งผลให้ พีทีจีมีกำไรขั้นต้น 10,599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากปี ที่แล้ว


พีทีจีมี EBITDA เท่ากับ6,315 ล้านบาท เพิ่ม 19.8% จากปี ก่อนหน้า และ กำไรสุทธิเท่ากับ 1,907 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 21.9% จากปี ที่แล้ว โดยหากไม่ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีฉบับที่ 16 บริษัทจะมีก าไรสุทธิเท่ากับ 2,145ล้านบาท เพิ่มขึ้น582 ล้านบาท หรือ 37.2% จากปีที่แล้ว