สบน.ยันรัฐกู้เงิน2.3ลล.ใน5ปี ชี้เร่งลงทุนในต้านศก.โลกผันผวน ไร้ห่วงหนี้สาธารณะพุ่ง

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวชี้แจงกรณีที่รัฐบาลจะกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 5 ปีข้างหน้า มีวงเงินกว่า 2.36 ล้านล้านบาท ซึ่งมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจส่งผลต่อภาระหนี้และการบริหารจัดการในอนาคตว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา จึงจัดทำนโยบายการคลังแบบขยายตัว ผ่านการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศ


ขณะที่ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกผันผวน ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะเปราะบาง การดำเนินนโยบายของรัฐบาลจึงจำเป็นต้องสวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ โดยมุ่งการลงทุนเพื่อการพัฒนา สร้างรายได้ และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ และเพิ่มศักยภาพของภาคเอกชนในการลงทุนและการจ้างงาน



ทั้งนี้ การลงทุนที่ผ่านมาก็เพื่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ โครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย


จะเห็นได้ว่าในช่วงตั้งแต่ปี 2557-2561 ที่ผ่านมา GDPและรายได้ของรัฐบาลมีการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ


สำหรับพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561ได้กำหนดให้มีกรอบวินัยการเงินการคลัง โดยมีการกำหนดสัดส่วนทางการเงินการคลังต่างๆเพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะอย่างชัดเจนซึ่งรวมถึงสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระหนี้เพื่อเพิ่มวินัยในการชำระคืนต้นเงิน

สัดส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลต่อประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณที่เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการชำระหนี้ และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้กำหนดกลยุทธ์การบริหารหนี้สาธารณะระยะปานกลางเพื่อกำกับติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด



จากการประมาณการเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังในระยะปานกลางและระยะยาวการลงทุนของรัฐบาลจะสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจสะท้อนได้จากการเติบโตของ GDPการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้น การขาดดุลงบประมาณที่ลดลงในอนาคต และระดับหนี้สาธารณะต่อ GDPที่ต่ำลงและไม่เกินร้อยละ 50 รวมทั้งภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ของรัฐบาลในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้ายังคงอยู่ในระดับเดียวกับปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นระดับที่มีเสถียรภาพ

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook