"RBF "หุ้นไอพีโอ ใกล้ชิดกับทุกชีวิต

"RBF "หุ้นไอพีโอ ใกล้ชิดกับทุกชีวิต เปิดให้จองหุ้นวันนี้ ราคา 3.30 บาท


'อาร์ แอนด์ บี ฟู๊ด ซัพพลาย (RBF) กำลังเป็นหุ้นไอพีโออีก1ตัวที่อยู่ระหว่างการเสนอขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก(ไอพีโอ) จำนวน 520ล้านหุ้น โดยจะขายหุ้นละ3.30บาท หวังระดมเงิน 1,716 ล้านบาท ไปขยายธุรกิจให้เติบใหญ่มั่นคง


อ่านดูแบบนี้ทุกคนอาจมีคำถามว่า RBF คือหุ้นอะไร หุ้นแบบไหน บอกเลยว่า จริงๆแล้ว RBF คือสิ่งคุ้นชิน และ เชื่อว่าผู้บริโภคทุกคนคุ้นชิ้นเพียงแต่ไม่รู้ก็แค่นั้นเอง

เพราะเพียงผู้บริโภคเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เข้าไปในดมเดิร์นเทรด ก็จะพบว่า ผลิตภัณฑ์ของ RBF ในทุกชั้นวางนั้นละ เพราะ RBF เป็นส่วนผสม ส่วนประกอบที่สำคัญในอาหาร เครื่องดื่ม ที่ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่า อ่อ นี้หรือคือ ธุรกิจของ RBF





RBF ทำอะไรนะหรือ



RBF ทำธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายส่วนประกอบอาหารเป็นหลัก โดยมีผลิตภัณฑ์ 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มวัสดุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหาร (2) กลุ่มแป้งและซอส (3) กลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง (4) กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง (5) กลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติก และ (6) กลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาจำหน่ายไป พวก Food Additive ต่างๆ


RBF ทำธุรกิจ B2B รายได้ส่วนใหญ่มากกว่า 80% เป็นลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยยอดสั่งซื้อส่วนใหญ่มากกว่า 80% เป็นคำสั่ง Made to Order และสัดส่วนยอดขายมากกว่า 80% มาจากการขายภายในประเทศ


RBF อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin ; NPM) ที่สูงในระดับมากกว่า 10% ต่อเนื่องและตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจมากกว่า 30ปี และถ้ามองหาบริษัทในประเทศไทย ว่าใครคือคู่แข่งของ RBF บอกเลยว่า แทบไม่มี RBF ยืนหนึ่งผู้นำในธุรกิจเพียงหนึ่งเดียว และยังมีจุดแข็งในเรื่องของ R&D ที่มีศุนย์ใหญ่อยู่แถวซอยโยธินพัฒนา ซึ่ง ศุนย์R&Dแห่งนี้คือ จุดเด่นของบริษัทและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ RBFยืนหนึ่งในประเทศไทยไทย


สำหรับเงินทุนที่ต้องการในครั้งนี้เพื่อ

- นำไป สร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายเกล็ดขนมปัง และแป้งประกอบอาหารในต่างประเทศ โครงการตั้งอยู่ที่เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย คาดว่าจะแล้วเสร็จและมีรายได้ภายในปี 2565 ซึ่งการไปตั้งโรงงานที่อินโดฯเพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ ประชาชนมีมากพอกับการทำธุรกิจและจะช่วยลดต้นทุนในการจนส่ง ที่บรรทัดสุดท้ายของการทำธุรกิจจะมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นไปอีกนั้นเอง

-จะนำเงินปรับปรุงและซื้อเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกระบวนการผลิต

-ลงทุนเปิดบริษัทตัวแทนและห้องทดลองเพื่อวิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศสิงคโปร์

นอกจากนี้ บริษัทจะนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้คืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจอีกด้วย

-รวมทั้งคืนหนี้เงินกู้เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน


ดังนั้นจะเห็นว่า เงินที่จะได้รับการจากขายไอพีโอนั้นเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนให้กับกิจการ ของ RBF นั้นเอง


พ.ต.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการ RBF เปิดเผยว่า การเติบโตในประเทศยังโตต่อเนื่องเพราะมีการเติบโตจากลูกค้า ซึ่งก็จะส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


  

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน RBF เปิดเผยว่า ในช่วงย้อนหลังที่ผ่านมา 3 ปี RBF มีการเติบโตต่อเนื่องมาตลอดปีละ 6-7% และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 40% และมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยที่ 12-14% สาเหตุที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อเป็นการขยายการเติบโตไปยังต่างประเทศ


"ในการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุน 15จังหวัดและ2ประเทศได้รับสนใจและตอบรับดีมากเพราะเป็นธุรกิจที่ดี อยู่และสัมผัสกับชีวิตประจำวัน มีนวตกรรมและR&Dที่ชัดเจน ส่วนการกำหนดราคา ขาย ที่ 3.30 บาทถือว่าเป็นราคาที่ให้ส่วนลดกับนักลงทุนเพราะถ้าหากดูราคาที่เหมาะสมกับธุรกิจของบริษัทแล้วเกินกว่า นี้ ซึ่งที่กำหนดราคา 3.30 บาทเพราะบริษัทมีในส่วนของ ธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง คือ โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ และโรงแรมโนโวเทล ชุมพร บีช รีสอร์ท แอนด์ กอล์ฟ เข้ามาด้วย "

อย่างไรก็ตามโรงแรมทั้ง2แห่งบริษัทเข้าลงทุนโดยการซื้อทรัพย์จากสถาบันการเงินในยุควิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งถือว่าได้มาในต้นทุนที่ดี

อนาคตธุรกิจโรมแรมจะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม






TMSTH Ads-01.jpg
Banner เว็บไซต์ wealthplustoday ขนาด 250

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook