แห่เปิดบัญชีเทรดหุ้นพุ่งทำสถิติสูงสุด

#คนไทยไม่กลัวหุ้นดิ่งช่วงวิกฤตโควิด19

#มองเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนสร้างผลตอบแทน

#เปิดบัญชี เทรดหุ้นพุ่ง 5.5 แสนบัญชี แตะ 3.32 ล้านบัญชี ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

# ยอดคนไทยเข้าลงทุนในตลาดหุ้น 1.45 ล้านคน เพิ่มขึ้น 13.68%


ตลาดหลักทรัพย์ได้ออก SET NOTE สรุปสถิติสำคัญของตลาดหุ้นไทย ผ่านโครงสร้างการ การถือหุ้น โดยระบุว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 มีบัญชีที่เปิดเพื่อการซื้อขายหลักทรัพย์กว่า 3.32 ล้านบัญชีในตลาดหุ้นไทย เพิ่มขึ้นกว่า 554,000 บัญชี จากสิ้นปีผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ปกติเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 230,000 ถึง 330,000 บัญชี) และมีนักลงทุนรวม 1.45 ล้านราย เพิ่มขึ้น 13.68% จากเดือนมกราคม 2563 ·


จากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนไทย จำนวน 695 บริษัท พบว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563 ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนในประเทศที่ 73% และการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศที่ 27% ซึ่งใกล้เคียงกันกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นและตลาดหุ้นไต้หวัน


เมื่อพิจารณาการมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ พบว่า ตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนกลยุทธ์ (strategic investors) อยู่ในระดับใกล้เคียงกับนักลงทุนรายย่อย (free float) โดยนักลงทุนกลยุทธ์ถือครองหุ้น 55% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ขณะที่ นักลงทุนรายย่อยถือครองหุ้นในส่วนที่เหลือ คือ 45% แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยมีทั้งนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวและนักลงทุนที่ทำกำไรในระยะสั้น ในสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกันมาก ·


นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาตามสิทธิการออกเสียง (voting right) ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น พบว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยถือครองหุ้นตรงกับสิทธิการออกเสียงฯ กล่าวคือ มูลค่าการถือครองหุ้นส่วนใหญ่เป็น local shares 73% รองลงมา คือ foreign shares 21% และ NVDR 6% สอดคล้องกับนักลงทุนต่างประเทศที่ถือครองหุ้น 27% เท่ากับการถือครองหุ้น foreign shares และ NVDR รวมกัน


" 9 เดือนแรกของปี 2563 การเปิดบัญชีใหม่เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นกว่า 550,000 บัญชี ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 มีบัญชีซื้อขายกว่า 3.32 ล้านบัญชี จากนักลงทุนรวม 1.45 ล้านราย "


ในปี 2563 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากผู้ต้องการลงทุน ดังเห็นได้จากจำนวนบัญชีที่เปิดบัญชีจำนวนมาก โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563




เทรดอินเตอร์เน็ตร้อนฉ่า เพิ่มเดือนละ 7.7หมื่นบัญชี ยอดเทรดผ่านเน็ต แตะ 5.5 แสนบัญชี


นอกจากนี้ ยังพบว่าบัญชีเพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดเป็นบัญชีซื้อขายฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยจำนวนบัญชีชี้อขายฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นกว่า 553,000 บัญชี หรือเพิ่มขึ้น 22% ไปอยู่ที่ 3.02 ล้านบัญชี และมีข้อสังเกตว่า ในเดือนมีนาคม - มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ SET Index ปรับตัวลดลง มีการเปิดบัญชีการซื้อขายฯ ผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าเดือนละ 77,000 บัญชี

ขณะที่จำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 มีจำนวน 1.45 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่า 170,000 ราย หรือ 13.68%จากเดือนมกราคม 25631 (ภาพที่ 2)



ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดหุ้นที่มีความน่าสนใจทั้งการลงทุนในระยะสั้นและระยะยาวและมีสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ในระดับสูง สังเกตได้จากสัดส่วนนักลงทุนระยะยาวมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ (strategic shareholders) ไม่แตกต่างกันมากนักกับสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย (% free float)


หากพิจารณาแบ่งนักลงทุนตามการมีส่วนในการบริหารกิจการ สามารถแบ่งนักลงทุนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) นักลงทุนกลยุทธ์ (strategic shareholders)3 หมายถึง นักลงทุนที่มีส่วนร่วมในการบริหารกิจการ ให้ความสำคัญกับการถือครองหุ้นระยะยาว และ 2) นักลงทุนราย ย่อย (free float) คือ นักลงทุนอื่นที่นอกเหนือจากนักลงทุนกลยุทธ์ จากสัดส่วนการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนรายย่อย (%free float) ของบริษัทจดทะเบียน (ภาพที่ 4) พบว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2563 นักลงทุนรายย่อยมีมูลค่าการถือครองหุ้นอยู่ที่ 45.26% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ขณะที่นักลงทุนกลยุทธ์มูลค่าการถือครองหุ้นอยู่ที่ 54.74 %

แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยยังคงมีความน่าสนใจในระยะยาว โดยมีนักลงทุนกลยุทธ์ถือครองหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาด และเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง สังเกตได้จากนักลงทุนรายย่อยที่มีมูลค่าการถือครองกว่า 40% และมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันที่สูงกว่าตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในอาเซียน (ภาพที่ 5)








  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.