• Chatchai

SICT ตั้งผู้จัดจำหน่าย มั่นใจราคา 1.38 บาท เหมาะสม P/E 14.66 เท่า เน้นเติบโต 2 เท่าใน 4 ปี จ่ายปันผล

บริษัทซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี หรือ “SICT” บริษัทนวัตกรรมชั้นนำในไทยและเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้านการออกแบบ พัฒนา และจำหน่ายแบบวงจรรวม (Integrated Circuit Design) หรือไมโครชิพ (Microchip) สำหรับอุปกรณ์ระบุรหัสประจำตัวสัตว์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID Animal Identification) ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่จะเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ในระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม ศกนี้ ในราคาหุ้นละ 1.38 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 138 ล้านบาท โดยเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท

SICT มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า เป็นแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย พร้อมผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร่วมอีก 4 ราย ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย)


นายไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า กล่าวว่า จากที่บริษัทฯ ได้จัดโร้ดโชว์กับนักลงทุนรายย่อยเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ SICT ได้มีนักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจแก่หุ้น Deep Tech นี้เป็นอย่างมาก เพราะเป็นบริษัทฯ ที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคตอีกมาก และเป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ New S-Curve โดยราคาเสนอขายที่ 1.38 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม มี P/E ratio อยู่ที่ 14.66 เท่า ไม่สูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่ประกอบธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยี ของตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยปัจจุบันค่าเฉลี่ย P/E ratio ของกลุ่มเทคโนโลยี จะอยู่ที่ประมาณ 27.36 เท่า ด้วยความเป็นหุ้น Deep Tech ที่ไม่เหมือนใคร ราคาที่เสนอขายนี้จึงมีความน่าสนใจมาก เพราะคิดเป็นส่วนลดกว่า 40%


นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า ธุรกิจด้านออกแบบ พัฒนาและจำหน่ายไมโครชิพ สำหรับอุปกรณ์ระบุรหัสประจำตัวสัตว์ด้วยคลื่นวิทยุ (RFID Animal Identification) และอีก 3 กลุ่มสินค้าของบริษัทฯ เติบโตและมีการทำกำไรอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้แต่ละปีมากกว่า 300 ล้านบาท โดย SICT เป็นบริษัทไทยในธุรกิจไมโครชิพที่ยืนหยัดแข่งขันในเวทีโลก ปัจจุบันเป็นผู้นำในตลาดไมโครชิพสำหรับ RFID Animal Identification อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก มีโมเดลธุรกิจที่เป็นผู้ออกแบบไมโครชิพ และเป็นเจ้าของเทคโนโลยี จากนั้นจะว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่นให้ผลิตไมโครชิพ ซึ่งข้อดีของโมเดลแบบนี้ คือ บริษัทจะมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน และไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนและบริหารโรงงาน ความเสี่ยงจึงต่ำกว่า โดย SICT จะเน้นถือครองทรัพย์สินทางปัญญา

จากผลประกอบการที่มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้ บริษัทฯ สามารถวางนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และที่ผ่านมาบริษัทฯ มีอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยสูงกว่า 90% ของกำไรสุทธิ

บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 2 เท่าใน 4 ปี ข้างหน้า จาก 4 กลุ่มธุรกิจ คือ ไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจสำรองอิเลกทรอนิกส์ยานยนต์ ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ ไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่ และระบบการอ่านข้อมูล และไมโครชิพอื่นๆ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า 40% ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ มีรายได้รวม 95.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 15.6 ล้านบาท บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 302.1 ล้านบาท หนี้สินรวม 84.0 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 218.1 ล้านบาท สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนจะนำไปขยายธุรกิจไมโครชิพ ต่อยอดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของโลกในตลาด RFID สำหรับปศุสัตว์ ในอีก 4 ปีข้างหน้า

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook