ธพว.อัด4หมื่นล.พร้อมต่อเวลาพักหนี้6ด. ลุ้นจีบ IAM- SAM เข้าฟื้นฟูกิจการลูกหนี้

SME D Bank คาดทั้งปีอัดสินเชื่อ4หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการผ่าด่านโควิด-19 พร้อมจับมือ IAM- SAM ออกโครงการ “วันใหม่-ไปต่อ” ฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ พ่วงขยายเวลาพักหนี้เพิ่มอีก 6 เดือน ประคองธุรกิจกลับคืนสู่ภาวะปกติ

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า แนวโน้มผลดำเนินงานของธนาคารในปี 2563 คาดว่า จะปล่อยสินเชื่อได้ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อ 9 เดือนแรก อยู่ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบกว่า 1.5 หมื่นราย ส่วนยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.09 แสนล้านบาท แม้ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการสินเชื่อของผู้ประกอบการ แต่แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยลดลงตามมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งในปีนี้คาดว่า รายได้ดอกเบี้ยจะลดลงกว่า 700 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้จากดอกเบี้ยที่ 5200 ล้านบาท ปีนี้คาดว่า รายได้ดอกเบี้ยลดลงเหลือ 4500 ล้านบาท


ประกอบกับแนวโน้มการเกิดหนี้ที่ไม่เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ที่คาดว่า ทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 1.9-2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 20% ของยอดสินเชื่อคงค้าง ส่งผลให้ธนาคารอาจต้องตั้งสำรองเพิ่มอีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้



อย่างไรก็ดี ธนาคารพยายามช่วยผู้ประกอบการ โดยเสนอโครงการ “วันใหม่-ไปต่อ” ประสาน2หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IAM) และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) ดึงผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของสองหน่วยงาน ซึ่งจะได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์และข้อกำหนดทางกฎหมาย ลดภาระการชำระหนี้ พลิกฟื้นธุรกิจได้อีกครั้ง รวมถึงรักษาสถานะทางการเงินของธนาคาร ช่วยให้มีสภาพคล่องรองรับการขับเคลื่อนนโยบายทางการเงิน


ทั้งนี้ เมื่อผ่านกระบวนการฟื้นฟูมาแล้ว ก็จะประสานหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยเพิ่มศักยภาพ เช่น ขยายตลาดออนไลน์ มาตรฐานบัญชี เป็นต้น

และหากสามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ SME D Bank พร้อมรับลูกค้ากลับมาดูแลต่อให้ธุรกิจดำเนินเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติให้ลูกค้าทุกรายเป็นเวลา 6 เดือน เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา มีลูกค้าธนาคารเข้าเกณฑ์มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ จำนวน 4.32 หมื่นราย มูลค่ารวม 6.64 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้เตรียมเสนขยายเวลามาตรการพักหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563 นี้เป็นต้นไป โดยให้สิทธิลูกค้าที่มีสถานะชำระปกติ วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 สามารถขยายระยะเวลาพักชำระเงินต้นเพิ่มเติม คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยได้อีก 6 เดือน สำหรับภาระหนี้ที่พักชำระไว้ ธนาคารจะนำยอดดังกล่าว ไปรวมให้ชำระในช่วงท้ายของสัญญา และในช่วงที่ผ่อนปรนนี้ ไม่ถือว่าเสียประวัติข้อมูลเครดิต

ซึ่งลูกค้าต้องลงทะเบียนผ่านการสแกน QR Code ในใบแจ้งหนี้ที่ทางธนาคารจะส่งไปให้ โดยเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อได้ที่สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ อีกทั้ง ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดมีลูกค้าเข้าโครงการแล้วกว่า 66% ของผู้เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิ์ทั้งหมด โดยมีลูกค้าแจ้งความประสงค์ขอพักชำระเงินต้นเพิ่มเติม จำนวน 4,576 ราย วงเงิน 7,207 ล้านบาท ซึ่งก่อนจะครบกำหนดมาตรการในวันที่ 22 ตุลาคม นี้ จะสอบถามความต้องการลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ได้ครบถ้วนทุกรายแน่นอน ช่วยลูกค้ารักษาเครดิตการค้า และป้องกันการตกชั้นหนี้

สำหรับมาตรการที่ไม่ใช่ทางการเงิน ได้สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้วยแนวคิด “เติมความรู้คู่ทุน” ออฟไลน์ควบคู่ออนไลน์ ยกระดับรับยุค New Normal เช่น หลักสูตรเรียนรู้ด้วยตัวเองที่เว็บไซต์ wdev.smebank.co.th, เพิ่มช่องทางขายสินค้าในตลาดนัดออนไลน์ ด้วยเฟซบุ๊กกรุ๊ป “ฝากร้านฟรี SME D Bank” และผลักดันสินค้าขยายตลาดผ่านแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee, LAZADA, Thailandpostmart.com, Alibaba, LINE , JD Central เป็นต้น เฉพาะแค่เดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา มียอดการเข้ามาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมสูงกว่า 2,800 ราย ขณะที่ปัจจุบันมียอดร่วมกิจกรรมกว่า 23,321 ราย

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook