ศุลกากร ชู 5 มาตรการ หวังยกอันดับ Doing Business 2021

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร กล่าวถึงการยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ในการประชุมเรื่อง การพัฒนาระบบราชการเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยว่า กรมศุลกากร ชู 5 มาตรการทางศุลกากร เพื่อยกอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศไทยด้านการค้าระหว่างประเทศ (Doing Business 2021 : Trading Across Border) ในช่วงปี พ.ศ. 2562 – พ.ศ. 2563 ได้แก่ กระบวนการทางศุลกากรล่วงหน้าก่อนสินค้ามาถึงสำหรับของนำเข้า (Pre - Arrival Processing : PAP) เป็นหนึ่งในมาตรการทางศุลกากรที่สำคัญ ขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization :WTO) ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการค้า (Trade facilitation Agreement : TFA)




อาทิเช่น การกำหนดให้สายเรือและสายการบินต้องรายงานเรือ/อากาศยานเข้าและการยื่นบัญชีสินค้าล่วงหน้าก่อนเรือ/อากาศยานมาถึง ทำให้ผู้นำเข้าสามารถยื่นใบขนสินค้าและชำระค่าภาษีอากรล่วงหน้า และสามารถติดต่อเพื่อรับสินค้าได้ทันทีเมื่อเรือหรืออากาศยานมาถึง (กรณี Green Line) ทำใช้ระยะเวลาเฉลี่ยน้อยกว่ากรณีการยื่นใบขนสินค้านำเข้าแบบปกติ ทั้งกรณีไม่เปิดตรวจ (Green Line) และกรณีเปิดตรวจ (Red Line) ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่เดือน พ.ค.2561


มาตรการที่สอง การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bill Payment) ได้เปิดให้บริการระบบ e-Payment ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2562 โดยผู้ประกอบการสามารถชำระเงินเกี่ยวกับการดำเนินพิธีการทางศุลกากรผ่านช่องทาง Internet Banking, Mobile Banking, ATM, Counter Bank และตัวแทน

ชไำระเงินโดยมีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 6 ธนาคาร และ 2 ตัวแทนรับชำระ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ยังมีธนาคารสนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีก 5 ธนาคาร และ 1 ตัวแทนรับชำระ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 60 โดยมาตรการดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการ สามารถสั่งพิมพ์ใบเสร็จรับเงินได้ด้วยตนเอง โดยในช่วง 14 ม.ค. 2562 – 31ม.ค. 2563 มีสถิติการสั่งพิมพ์ ใบเสร็จด้วยตนเองมากถึง 2,832,161 ฉบับ ทำให้ผู้ประกอบการสามรถลดระยะเวลาติดต่อกับกรมศุลกากร ลดลง 3 ชั่วโมง ต่อครั้งและลดค่าใช้จ่าย 433.74 บาท/ครั้ง


มาตรการที่สาม ได้แก่ การไม่เรียก/ไม่รับสำเนาใบขนสินค้าที่มีในระบบ e-Customs (No Customs

Declaration Copy) ในขั้นตอนการตรวจปล่อย ทำให้สามารถลดสำเนาใบขนสินค้าที่ผู้มาติดต่อ/

ผู้ประกอบการต้องพิมพ์ ปีละประมาณ 60 ล้านแผ่น และลดค่าใช้จ่ายกระดาษได้ไม่น้อยกว่าปีละประมาณ 30 ล้านบาท


ขณะที่ มาตรการที่สี่ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพแฟ้มบริหารความเสี่ยงเพื่อลดอัตราการเปิดตรวจ (Risk

Based Management on Profile) โดยพัฒนาแฟ้มบริหารความเสี่ยงในการคัดกรองและกำหนดการเปิดตรวจสินค้าโดยให้มี อัตราการเปิดตรวจลดลงอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดอัตราการเปิดตรวจ สำหรับสินค้าที่น าเข้าเก็บรักษาในคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป เขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีโดยวิธีมัดลวดให้เป็นไปตามหลักบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ช่วยลดต้นทุน/ค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการนำเข้า อาทิ ค่าภาระเคลื่อนย้ายตู้สินค้า ค่าใช้จ่ายในการจ้างรถหัวลาก ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่วางตู้คอนเทนเนอร์ค่าใช้จ่ายในการจ้างตัวแทนออกของ เป็นต้น ทั้งนี้อัตราการเปิดตรวจสินค้านำเข้าพิกัด 8708 มีสัดส่วนที่ลดลงโดยเดือนมกราคม 2561 มีอัตราการเปิดตรวจ ร้อยละ 37 และเดือนธันวาคม 2562 ลดลงเหลือร้อยละ 26


สำหรับมาตรการที่ห้า ระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบขับผ่าน (DRIVE –

THROUGH X-RAY SCANNER) เป็นเทคโนโลยีในการเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์สินค้า ยานพาหนะขนส่งสินค้ารวมทั้งยานพาหนะโดยสาร ซึ่งในเดือนมีนาคม 2563 กรมศุลกากรได้จัดหาเครื่อง DRIVE – THROUGH X-RayScanner เพิ่มอีก 2 เครื่อง มาใช้ร่วมกันเครื่อง X-Ray Scanner ที่มีอยู่เดิม 2 เครื่อง และเครื่อง X-Ray แบบFixed ณ ท่าเรือแหลมฉบัง โดยประสิทธิภาพของ X-Ray Scanner สามารถเอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์สินค้าได้150 ตู้/ชั่วโมง มากกว่า X-Ray แบบ Fixed ที่เอกซเรย์ตู้คอนเทนเนอร์สินค้าได้ 30 ตู้/ชั่วโมง คิดเป็น 5 เท่า ช่วยลดระยะเวลาการติดต่อของผู้ประกอบการลดลง กล่าวคือ กรณีเอกซเรย์สินค้านำเข้า ด้วย X-Rayแบบ Fixed ใช้เวลา 7.45 นาที/ตู้ ขณะที่ ใช้ X-RAY Scanner ใช้เวลาเพียง 1 นาที/ตู้ ลดลง 6.45 นาที/ตู้ คิดเป็นร้อยละ 86.5 และกรณีเอกซเรย์สินค้าส่งออก ด้วย X-Ray แบบ Fixed ใช้เวลา 3 นาที/ตู้ ขณะที่ ใช้ X-RAYScanner ใช้เวลาเพียง 1 นาที/ตู้ ลดลง 2 นาที/ตู้ คิดเป็นร้อยละ 66.7 ทั้งนี้การเพิ่มจ านวนและประสิทธิภาพของ X-RAY Scanner จะส่งลดระยะเวลาการเอกซเรย์สินค้า ระยะเวลาการรอคอยและระยะเวลาความแออัด ที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ






  • Facebook

+66847000180

©2019-2020 by Wealth Plus Today.