• yindee

ThaiMBAคาดปีนี้หุ้นกู้9แสนล้าน

สมาคมตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA)คาดปีนี้เอกชนจะออกหุ้นกู้ 9.2 แส นล้าน หลังปี62 ทำสถิติสูงสุดรอบ 25ปี ที่1ล้านล้าน นำเงินลงทุนธุรกิจ ซื้อกิจการต่างประเทศ คาด ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ย 0.25% ไตรมาสแรกปีนี้

น.ส. อริยา ติระณประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตราสารหนี้ไทย(Thai BMA)เปิดเผยว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปี 2663 น่าจะยังคงมีต่อเนื่องและทั้งปีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.5-9.2แสนล้านบาท ซึ่งการออกหุ้นกู้ในระยะหลังนี้จะเห็นว่าภาคธุรกิจที่แท้จริงจะมาระดมเงินในตลาดตราสารหนี้เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจ และออกไปซื้อกิจการต่างประเทศเพื่อสร้างโอกาศในการเติบโต

" ปีนี้ที่คาดว่าจะออก 8.5-9.2แสนล้านเพราะ 1. จะมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระในปีนี้ ประมาณ 7.18แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนที่ครบกำหนดนั้นคาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนหุ้นกู้ที่ครบชำระประมาณ 3.9แสนล้านบาท จะออกหุ้นกู้ใหม่ 4แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีหุ้นกู้ที่ครบชำระและผู้ออกจะไถ่ถอนเลยประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาทเพราะสภาพคล่องล้นและได้ถ้าออกใหม่จะมีต้นทุนที่ลดลงด้วย"



สำหรับการออกหุ้นกู้ปีที่ผ่านมาทะลุ 1ล้านล้าน บาทเพราะธุรกิจมีการออกไปซือ้กิจการและใช้ตลาดหุ้นกู้ในการปรับโครงสร้างทางต้นทุนทางการเงินจึงทำให้ตลาดหุ้นกู้เอกชนเติบโตทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีมาหรือกว่า 25 ปี


ด้าน นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทยกล่าวว่า คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายบายลง1ครั้งในปีนี้ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และที่บอกว่าดอกเบี้ยจะลดลง

เพราะขณะนี้บอนด์ยีลของพันธบัตรระยะสั้นมีการปรับตัวลงต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายแล้ว โดยล่าสุเ เมื่อ 6 ม.ค. ต้นเดือนม.ค. 2563 บอนด์ยีลไทยทำสถิติต่ำสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าดอกเบี้ยนโยบายจะลดลง




" การที่บอนด์ยีลปรับตัวลดลงต่ำกว่าประวัติการณ์ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเงินจากนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ไหลเข้ามาซื้อในช่วงต้นปีซึ่งน่าจะเป็นเงินจากกองทุนที่ค้างท่ออยู่หลังจาก สิทธิพิเศษทางภาษีของกองทุน LTF หมดลงเมื่อสิ้นปี ทำให้เงินก้อนนี้ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดบอนด์"

ขณะที่ภาพรวมการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ จะเห็นว่ามีปีก่อนต่างชาติขายสุทธิ 8.4หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดถือครองสุทธิของต่าชาติในตลาดตราสารหนี้ไทย เมื่อสิ้นปีลงมาอยู่ที่ 9.11 แสนล้านบาท จากที่เคยทำสถิติสูงสุดที่ 1.1ล้านล้านบาทเมื่อ เดือนพ.ย. และในปีนี้คาดว่าการขายของต่างชาติน่าจะใกล้เคียงกับปีก่อนส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับน้ำหนักในการคำนวณการลงทุนในตลาดพันธบัตร ที่จะมีการนำพันธบัตรจากจีนเข้ามาคำนวณเดือนละ1%นับตั้งแต่เดือนก.พ.2563 ไปจนถึงเดือนพ.ย. ซึ่งจะส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนของบอนด์ของไทยลดลง ไปประมาณ 2%จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนประมาณ 8-9% ซึ่งคาดว่าเม็ดเงินที่จะหายไปก็น่าจะอยู่ที่ 8หมื่นล้านบาท

+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook