+66847000180

  • Facebook

©2019 by Wealth Plus Today.

ซื้อหุ้นคืนดีอย่างไร


-ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังการประกาศข่าว

-มี EPS เพิ่มขึ้นจากจำนวนหุ้นที่ลดลงตามจำนวนที่ซื้อคืน

- ผู้บริหารส่งสัญญาณของผู้บริหารว่าหุ้นบริษัทตัวเองถูกเกินไป

-ผู้ถือหุ้นได้เงินปันผลในอัตราที่สูงขึ้น


การซื้อหุ้นคืน หรือ Tresury Stockได้กลายเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการดูแลราคาหุ้นและจัดการกับสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทจดทะเบียน(บจ)

ซึ่งระยะหลังๆในช่วง 10ปีทีผ่่านมา เราจะเห็นว่า ในยามที่ตลาดหุ้นลดลงรุนแรงจากภาวะไม่ปกติ จากความวิตกกังวลในปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐาน

ที่ดี และท้ายที่สุด กดดันให้ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทรุดต่ำกว่า ปัจจัยพื้นฐาน

เมื่อเป็นอย่างนี้ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร ที่มั่นต่อธุรกิจ ก็จะทนรับไม่ได้ ดังนั้น เมื่อมีสภาพคล่องล้น หุ้นหล่นต่ำเกินจะทน การซื้อหุ้นคืจึงเกิดขึ้น


ปี 2563 เปิดปีมา ปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งวงสคราม(ใกล้จริง)สหรัฐ/อิหร่าน ถัดมา โคโรนาไวรัส ไม่นับรวมปัจจัยต่อเนื่องสงครามการค้า ประเด็นเหล่านี้ล้วนทุบตลาดหุ้นทั่วโลกให้ดิ่งลง

หุ้นบริษัทจดทะเบียนก็เช่นกัน ดิ่งลงไปเรื่อยๆจนสุดทน ล่าสุด 4บริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืน

ประกอบด้วย

CK, KBANK, SPALI และ TPIPL ประกาศซื้อหุ้นคืน โดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 10,400 ล้านบาท

-CKใช้เงิน 3,000 ล้านซื้อหุ้นคืน 169 ล้านหุ้น

-KBANK ใช้เงิน 4,600 ล้านบาทซื้อหุ้นคืน 23.93ล้านหุ้น

-TPIPLใช้เงิน 800 ล้านบาทซื้อหุ้นคืน383.61ล้านหุ้น

-SPALIใช้เงิน2,000 ล้านบาทซื้อหุ้นคืน 1,200 ล้านบาท


ซื้อหุ้นคืนแล้วจะส่งผลอย่างไรต่อบริษัทเหล่านี้ ลองมาดูจากบทวิเคราะห์ของเอเซียพลัส(ASP) ที่ระบุว่า


- การประกาศซื้อหุ้นคืนจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นในช่วงระยะสั้น (ดีสุด 1 เดือนหลังประกาศ) ซึ่งจะเห็นชัดว่า 4 บจ. คือ CK, KBANK, SPALI และ TPIPL ซึ่งราคาหุ้นหลังประกาศถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี 5.3%, 5.9%, 1.8% และ 3.3% ตามลำดับ

-  หากไปดูข้อมูลในอดีตย้อนหลัง 10 ปี ในกลุ่มตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศซื้อหุ้นคืนเกือบทั้งหมดราว 42 บริษัท และส่วนใหญ่จะประกาศซื้อหุ้นคืนในปีที่ตลาดฯปรับฐานแรงเสมอ เช่น

  - ปี 2558 SET Index ปรับฐาน 14% (ลดลงมากสุดใน 10 ปี ที่ผ่านมา) มีบริษัทประกาศซื้อหุ้นคืน 5 บริษัท และมีมาต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2559 อีก 4 บริษัท ซึ่งในปี 2559 SET Index ฟื้นตัวกว่า 19.8%

  - ปี 2561 SET Index ลดลง 10.8% (ลดลงมากสุดเป็นอันดับ 2 ใน 10 ปี ที่ผ่านมา) มีการประกาศซื้อหุ้นคืนถึง 13 บริษัท หลังจากนั้น 6 เดือน SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.6% (ช่วง 1H62)

  - ปี 2562 ส่วนใหญ่มีการประกาศหุ้นคืนในช่วงครึ่งหลังของปีราว 15 บริษัท หลังจาก SET Index มีการปรับฐานลงมาเยอะ

  - ปี 2563 มีการประกาศซื้อหุ้นคืน 4 บริษัท หลังจากที่ SET Index ปรับตัวลงกว่า 3.5% (ตั้งแต่ต้นปี)

หากพิจารณาโดยภาพรวมของ SET Index สังเกตได้ว่าหลังจากบริษัทจดทะเบียนออกมาประกาศซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวนมาก SET Index มักจะตอบสนองในเชิงบวกและมีโอกาสรีบาวด์กลับในระยะถัดไปเสมอ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะนักลงทุน ตอบรับสัญญาณที่ผู้บริหารส่งออกมาว่าราคาหุ้นมี Valuation ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน แต่อย่างไรก็ตามความต่อเนื่องในการปรับขึ้นของราคาหุ้น ยังขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมอื่นๆ ด้วย เฉพาะอย่างยิ่งแรงหนุนจาก Fund Flow

  ฝ่ายวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ค้นหาช่วงเวลาในการลงทุนหุ้นที่ถูกซื้อหุ้นคืน จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ "ซื้อหุ้นดังกล่าวในวันที่ประกาศ และขายทำกำไรใน 1 เดือนถัดมา" มีโอกาสได้ผลตอบแทนเฉลยี่ เป็นบวกราว 2.6% (บางบริษัทให้ผลตอบแทนเกิน 10%)

เนื่องจากการซื้อหุ้นคืนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพยุงราคาหุ้น บวกกับความคาดหวัง EPS เพิ่มขึ้นจากจำนวนหุ้นที่ลดลงตามจำนวนที่ซื้อคืน รวมถึงเป็นการส่งสัญญาณของผู้บริหารว่าหุ้นบริษัทตัวเองถูกเกินไป

  อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น ราคาส่วนใหญ่จะย่อตัวลงตามลำดับ โดยเฉพาะหลังจากประกาศซื้อหุ้นคืนเกิน 6 เดือน ผลตอบแทนที่ได้มีโอกาสย่อตัวจนติดลบ เนื่องจากบริษัทมีระยะเวลาในการซื้อหุ้นคืนได้ไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่กดดันราคาและยังสอดคล้อกับสถิติในอดีต

  สรุปจากข้อมูลในอดีต ในช่วงเวลาที่มีบริษัทประกาศซื้อหุ้นคืนจำนวนมาก ภาพรวมตลาดมีโอกาสฟื้นในระยะถัดไปเสมอ ส่วนราคาหุ้นบริษัทที่ถูกประกาศซื้อหุ้นคืน มักปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีในระยะสั้น (ดีสุด 1เดือนหลังประกาศ) ส่วนระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ราคามักย่อตัวลง และหลายๆบริษัทให้ผลตอบแทนติดลบ สวนทางตลาดที่เริ่มฟื้นขึ้น



TPIPL ควัก 800 ลบ.ซื้อหุ้นคืน 2% เริ่ม 14 ก.พ.-13 ส.ค.63

 บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า มติคณะกรรมการบริษัทฯเมื่อ 30 ม.ค. 2563 เกี่ยวกับโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวนหุ้นที่ซื้อคืน 383,610,000 หุ้น ราว 2% ของจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนต่อจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว วงเงินซื้อหุ้นคืน 800 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ เริ่มวันที่ 14 ก.พ.ถึง 13 ส.ค.63