• yindee

กลยุทธ์ธุรกิจ WHA ปี 63

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA )แถลงแผนดำเนินงานปี2563

พร้อมสรุปผลสำเร็จในปี2562 และตั้งเป้าหมายทางธุรกิจไว้ชัดเจนดังนี้





ปี 2563 ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA) ได้กำหนดทิศทางกลยุทธ์ไว้ 5 ข้อ

โดยมุ่งสู่ความเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจหลัก ๆ ของบริษัท ขยายธุรกิจในต่างประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น

สร้างพอร์ทโฟลิโอของบริษัทให้เติบโตมากขึ้นด้วยโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับลูกค้า ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ผสานกำลังธุรกิจทุกภาคส่วนของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้มากยิ่งขึ้น และเดินหน้า ทรานส์ฟอร์มสู่องค์กรดิจิทัล



ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ พร้อมแสวงหาโอกาสผนึกกำลังกับพันธมิตรในระยะยาว โดยเฉพาะในด้านอีคอมเมิร์ซ โดยจะเน้นไปที่สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ การแปรรูปอาหาร ตลอดจนการบิน โลจิสติกส์ และโรโบติกส์



- ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ จะนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างคุณลักษณะใหม่ ๆ ให้กับคลังสินค้าอัจฉริยะ โครงการใหม่ ๆ ที่เตรียมเปิดตัว รวมถึงโครงการอีคอมเมิร์ซและการเช่าใหม่ในปี 2563 ตั้งเป้ายอดเช่าอาคารไว้ที่ 250,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,560,000 ตารางเมตร นอกเหนือจากพื้นที่คลังสินค้าที่มีอยู่ในประเทศไทยและในอินโดนีเซียแล้ว ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ ยังมองหาโอกาสการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในเวียดนามด้วย ทั้งนี้ในปี 2563 ยังมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT ราว 150,000 ตร.ม.


- ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในประเทศไทย ด้วยการสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 11 ของกลุ่ม (นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36) ในช่วงปลายปี 2563 และขยายนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก 3 แห่งภายในปี 2566


ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปิดรับนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานเพื่อประโยชน์ของลูกค้า ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จะพัฒนาแนวคิด “Smart Eco Industrial Estates” ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เร่งนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้กับทุกบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ตั้งแต่ระบบการติดตามออนไลน์ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนา “ระบบขนส่งอัจฉริยะ” (Smart Mobility) ไปจนถึงการควบคุมจราจรและการใช้โดรนเพื่อสร้าง “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ” (Smart Security) หรือระบบ FTTx และคลาวด์ เพื่อขับเคลื่อน “การสื่อสารอัจฉริยะ” (Smart Communication) พร้อมนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้กับระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วย อาทิ การวัดมิเตอร์น้ำ สมาร์ทกริดและการวัดการใช้ไฟฟ้า


เวียดนาม ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จะพยายามเร่งยอดขายเพื่อดึงดูดนักลงทุนมายังเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน หนึ่งในโครงการที่ได้มาตรฐานสูงสุดในพื้นที่ภาคกลางตอนเหนือ ของประเทศเวียดนาม ในขณะเดียวกันบริษัทจะพัฒนาพื้นที่ส่วนที่เหลือของเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน เฟส 1 ทั้งนี้ยังอยู่ในระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตจากรัฐบาลเวียดนาม

- ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) จะขยายธุรกิจ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการน้ำรูปแบบใหม่ และเสริมพอร์ทด้านพลังงานด้วยนวัตกรรมโซลูชันพลังงาน

- ด้านสาธารณูปโภค ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จะขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้านอกนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม และจะให้บริการโซลูชันทรัพยากรน้ำหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบำบัดน้ำเสียและปรับปรุงคุณภาพน้ำ (Wastewater Reclamation) การผลิตน้ำที่ปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) และการนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืด (Desalination) ส่วนในประเทศเวียดนาม ซึ่งในปี 2562 บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นบริษัทน้ำสองแห่งไปแล้ว ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ แอนด์ พาวเวอร์ จะยังมองหาโอกาสการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค

- ด้านพลังงาน ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จะขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน หลังจากที่ได้เปิดบริษัท ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขยะ

อุตสาหกรรมไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 WHAUP จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา บริษัทจะยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรระยะยาวในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหลัก อาทิ กัลฟ์ และด้านการส่งก๊าซธรรมชาติร่วมกับมิตซุย และโตเกียว แก๊ส อีกทั้งยังได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน รวมถึงดำเนินการด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ สมาร์ทไมโครกริด และการกักเก็บพลังงาน

-ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ตั้งเป้าสนับสนุนการดำเนินงานทุกรูปแบบในทุกฮับของกลุ่ม ช่วงปลายปี 2563 จะมีการติดตั้ งไฟเบอร์ออฟติก (FTTx) ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในนิคมอุตสาหกรรม 9 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่งในประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อด้านดิจิทัลภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ยิ่งไปกว่านั้น อาศัยจากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม จะส่งผลดีกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย

“ด้วยแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่เรากำลังดำเนินการ รวมถึงโครงการใหม่ ๆ ที่กำลังจะแล้วสร็จ เรามั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้จะยังเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง โดยจะรักษายอดขายและรายได้ประจำให้มีความสมดุลย์กัน เราคาดว่ารายได้และส่วนแบ่งกำไรของเราในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 15 จากปีก่อน ตั้งเป้าอัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ที่แข็งแกร่งอยู่ที่ร้อยละ 40 และเพื่อให้ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต เราคาดการณ์ว่าจะมีการใช้งบประมาณในการลงทุนช่วงปี 2563 – 2567 ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุนไม่เกิน 1 เท่า เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมสร้างธุรกิจที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายไปพร้อม ๆ กับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราทุกคน” คุณจรีพร กล่าว


ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมคุณภาพระดับโลกอันดับหนึ่งของไทย

· ความสำเร็จในปี 2562:

- ดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 11 แห่ง (10 แห่งในไทยและ 1 แห่งในเวียดนาม)

- มีพื้นที่รวม 68,900 ไร่ โดยเป็นพื้นที่มีลูกค้าดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและกำลังพัฒนา 44,400 ไร่

- ยอดขายที่ดิน 1,010 ไร่ และที่ดินสำหรับอาคารให้เช่าอีก 140 ไร่

· คาดการณ์ปี 2563:

- มีนิคมอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 12 แห่ง ซึ่งรวมนิคมอุตสาหกรรมระยอง 36 (WHA RY 36) ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างในประเทศไทย

- เตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอีก 4 แห่ง

- ขายที่ดิน 1,400 ไร่

ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคและพลังงานชั้นนำของเอเชีย

สาธารณูปโภค

· ข้อมูลล่าสุดปี 2562 ยอดจำหน่ายและบำบัดน้ำ : 110 ล้านลูกบาศก์เมตร

· คาดการณ์ปี 2563: ยอดจำหน่ายและบริหารน้ำ : 147 ล้านลูกบาศก์เมตร พลังงานไฟฟ้า

· ข้อมูลล่าสุดปี 2562 มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 560 เมกะวัตต์

· คาดการณ์ปี 2563: กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 591 เมกะวัตต์ รวมถึงระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่เริ่ม COD ในปี 2563

ผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำ

· ข้อมูลล่าสุดปี 2562:

- ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ 4 แห่ง ได้แก่ ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับเทียร์ 4 Gold Certified แห่งเดียวในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมออสเตรเลีย) และดาต้าเซ็นเตอร์ระดับเทียร์ 3 จำนวน 3 แห่ง

- ให้บริการไฟเบอร์ออฟติก (FTTx) ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 7 แห่ง

· การคาดการณ์ปี 2563:

- ให้บริการไฟเบอร์ออฟติก (FTTx) ให้ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรม 10 แห่ง (โดยครอบคลุมพื้นที่บางส่วนใน 9 นิคมฯ และครอบคลุมทุกพื้นที่ใน 1 นิคมฯ)





+66847000180

©2019 by Wealth Plus Today.

  • Facebook