‘เอคอมเมิร์ซ x กัลเดอร์มา’ สู่ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ด้านผิวหนังและสกินแคร์  

Categories : Stock Market

Public : October 11, 2022

 

“เอคอมเมิร์ซ” ทำข้อตกลงความร่วมมือกับ Galderma ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านผิวหนังและสกินแคร์ชั้นนำของโลก เพื่อให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซในการรุกเข้าสู่การแข่งขันในตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ ชูความสำเร็จจากการใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคนิคการวิเคราะห์ กำหนดกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์สามารถขายสินค้าเป็นเซ็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

นายวีระพงษ์ (พอลศรีวรกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป ผู้ให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Enablerครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือเพื่อให้บริการสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซแก่ Galderma (กัลเดอร์มา) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผิวหนังและสกินแคร์ชั้นนำของโลก ที่มีเอกลักษณ์ด้านการดูแลรักษาผิวพรรณโดยใช้นวัตกรรมที่

ล้ำสมัย โดย Galderma ได้ใช้เวลากว่าหลายทศวรรษเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวหน้าจนกลายเป็นบริษัทชั้นนำที่ได้รับความน่าเชื่อถือไปทั่วโลก นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพของ Galderma รับประกันว่าจะมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอแบรนด์สินค้าระดับพรีเมียมที่ล้ำสมัย เหมาะกับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ผ่านการปกป้องความงามและดูแลผิวพรรณของผู้บริโภคด้วยเวชสำอางที่แนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

Galderma เป็นผู้นำตลาดด้านสกินแคร์สำหรับผิวพรรณที่มีความละเอียดอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลเอาใจใส่ผิวพรรณด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน โดยแบรนด์ชั้นนำอย่าง “Cetaphil” ได้สร้างความเคลื่อนไหวในตลาดออนไลน์ในประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยนที่มียอดขายที่ดี ทาง Cetaphil ไดhนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Cetaphil BabyCetaphil Pro AD Derma หรือ Cetaphil Bright Healthy Radiance ที่ได้เปิดตัวในช่วงที่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวตนในตลาดอีคอมเมิร์ซ  

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นช่องทางสำคัญของการทำกลยุทธ์การตลาด จึงทำให้ Galderma มุ่งมั่นจะเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณที่มีความละเอียดอ่อนในตลาดออนไลน์ ด้วยการรุกเข้าสู่การแข่งขันในประเทศฟิลิปปินส์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง Lazada, Shopee และ Zalora  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณที่ทำตลาดอีคอมเมิร์ซมานานและมีความเข้าใจในสภาพแวดล้อมของตลาดออนไลน์ จึงทำให้ Galderma ต้องการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดอย่างแข็งแกร่งและรวดเร็ว ด้วยการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนแปลงตลาดครั้งสำคัญ 

ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือกับ Galderma บริษัทฯ ได้ให้บริการตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ การจัดการคำสั่งซื้อและบริหารสินค้าคงคลัง การทำโลจิสติกส์และการจัดส่งสินค้า การบริการลูกค้าสัมพันธ์ การผลิต เชิงสร้างสรรค์ การวางแผนกลยุทธ์การตลาด ตลอดจนไปถึงการจัดการช่องทางการค้าออนไลน์ โดยบริษัทฯ ได้กำหนด

กลยุทธ์ให้แก่ Galderma ในหลากหลายช่องทาง ทั้งในแพลตฟอร์มของ Lazada, Shopee, Zalora, Edamama และปัจจุบันได้ขยายไปยัง Grab เพื่อให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งใช้ข้อมูลเชิงลึกและเทคนิคการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจากการค้นหาข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ด้านผิวหนังที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญและขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ  เนื่องจากผู้บริโภคได้เริ่มศึกษาส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เพื่อการได้รับข้อมูลที่ดียิ่งขึ้น  

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคยังตระหนักถึงส่วนผสมและประโยชน์ของส่วนประกอบต่างๆในผลิตภัณฑ์ ดังนั้น เอคอมเมิร์ซ จึงคำนึงถึงคุณภาพของส่วนผสมและการเน้นย้ำเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ของ Galderma

ในแคมเปญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อหาโฆษณาที่ปรากฏบนเครือข่ายการค้นหา ตลอดจนภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสื่อออนไลน์ เพื่อมุ่งเน้นให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ของ Galderma จากการผสมผสานข้อมูลและประสบการณ์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างตำแหน่งของแบรนด์ในระดับพรีเมียม ร่วมกับการโปรโมตไปยังกลุ่มเป้าหมายและการวางกลยุทธ์เพื่อเสริมตำแหน่งของแบรนด์ในตลาด  

“ข้อมูลที่บริษัทฯ นำเสนอแก่ Galderma นำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์ ดีลพิเศษ ที่ทำให้แบรนด์สามารถขายสินค้าเป็นเซ็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับเปลี่ยนการจัดประเภทสินค้าใหม่ เริ่มต้นด้วย SKU สินค้ามากกว่า 50 รายการ และเพิ่มจำนวน SKU สินค้าที่เป็นเซ็ตมากขึ้น ช่วยตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค โดยการสร้างเซ็ตสินค้าพิเศษที่เหมาะสม เนื่องจากพบว่าผู้บริโภคมักจะเลือกซื้อสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงร่วมกัน ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากประสบการณ์ทางการตลาด จากการทำงานกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกในหลากหลายอุตสาหกรรม ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ ความเข้าใจด้านการตลาด รวมถึงความทุ่มเทของทีมงาน”นายวีระพงษ์ (พอล) กล่าว