ทิสโก้จับมือกรุงเทพประกันชีวิตกระตุ้นเตือนคนไทยวางแผนเกษียณทันเทรนด์โลก  

Categories : Update News, Insurance, Wealth

Public : November 7, 2022

ธนาคารทิสโก้ จับมือ กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้าสร้างความมั่นคงให้คนไทย ด้วยการ “พลิกโฉมวางแผนเกษียณสู่เมกะเทรนด์” เตรียมพร้อมวัยเกษียณให้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ครอบคลุมทั้งในมิติ “การเสริมสร้างความรู้  การลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต และการปกป้องชีวิตจากภัยความเสี่ยง หลังพบการวางแผนการเงินแบบดั้งเดิมไม่ตอบโจทย์สังคมอายุยืน ที่ปัจจุบันคนไทยจะมีอายุขัยเฉลี่ยเกือบ 100 ปี* ตามนวัตกรรมการแพทย์ที่ก้าวล้ำและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่สูงต่อเนื่อง พร้อมลุยบริการให้คำปรึกษาตอบโจทย์ลูกค้าแบบองค์รวม “กองทุน-ประกันและจัดโปรโมชันพิเศษ

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีหลากปัจจัยรุมเร้าให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับมือความท้าทาย หากมองในมุมของธุรกิจการเงินมีกระแสใหญ่ ๆ (Megatrends) ที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้า คือ การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ปัจจุบันคนไทยไม่ถึง 20% เท่านั้น ที่มีการวางแผนทางการเงินรับมือวัยเกษียณ ทิสโก้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) มีความห่วงใยและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างความตระหนักรู้ใน “การวางแผนการเกษียณ” ให้เพียงพอกับการใช้ชีวิตในสังคมอายุยืนที่อาจยืนยาวถึง 100 ปี*

 โดยที่ผ่านมาธนาคารทิสโก้ได้ยกระดับคำแนะนำในการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณสู่แนวคิด “Megatrends Retirement Planning” ซึ่งเป็นการวางแผนการเงินรูปแบบใหม่ที่เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านการลงทุนในกองทุนคุณภาพที่เน้นธุรกิจแห่งอนาคต (Megatrends Investment) และปกป้องความเสี่ยงหลังเกษียณที่สอดรับกับกระแสโลก (Megatrends Protection) ด้วยประกันบำนาญที่มุ่งสร้างผลประโยชน์สูงสุดในขณะดำรงชีวิต (Living Benefit) ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย และประกันโรคร้ายแรงที่มีทุนประกันสูง

อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความตระหนักนี้ให้กระจายไปในวงกว้าง ธนาคารทิสโก้ จึงร่วมมือกับ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทประกันชีวิตชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมทุกเพศ ทุกวัย มาเปิดโอกาสสร้างความมั่นคงและปกป้องความมั่งคั่งให้ชีวิตคนไทยอย่างครบวงจร ครอบคลุมในมิติของการเสริมสร้างความรู้ในเรื่องการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณ การจัดสัมมนา การคิดค้นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่เพื่อการเกษียณที่มีคุณภาพ ร่วมกันจัดโปรโมชันพิเศษ การโฆษณา เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าทั้งสองบริษัทได้รับประโยชน์สูงสุด

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสังคมผู้สูงอายุและนวัตกรรมการแพทย์ทำให้คนมีโอกาสที่จะมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น คนจึงต้องหันมาตระหนักถึงคุณภาพชีวิตในวัยหลังเกษียณของตัวเอง ผลิตภัณฑ์และบริการของกรุงเทพประกันชีวิตถูกพัฒนาให้ทันตามเทรนด์และนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ความคุ้มครองและบริการที่จะมอบให้แก่ลูกค้าจะต้องครอบคลุมเทรนด์ โรคใหม่ๆ และเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อสนับสนุนคนให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีคุณภาพ  เช่น ปัจจุบันประกันบำนาญและประกันสุขภาพที่กรุงเทพประกันชีวิตร่วมกับธนาคารทิสโก้ได้ตอบโจทย์ที่สามารถคุ้มครองได้สูงสุดถึงอายุ 99 ปี ในส่วนของประกันบำนาญนั้น การที่คนมีอายุยืนยาวมากขึ้นจำเป็นต้องเตรียมเงินเพื่อใช้จ่ายให้เพียงพอกับอายุที่ยืนยาวขึ้นด้วย

ประกันบำนาญมีบทบาทสำคัญที่ช่วยลดภาระการเตรียมเงิน รวมทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เงินจะหมดไปก่อนเวลาจากการได้รับเงินบำนาญตลอดอายุขัยจึงทำให้มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่งอย่างแน่นอน  ที่สำคัญช่วยป้องกันความเสี่ยงหากแผนการเงินที่วางไว้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย  ประกันสุขภาพและประกันบำนาญจึงมีบทบาทสำคัญในการวางแผนเพื่อการเกษียณ

กรุงเทพประกันชีวิตเชื่อว่าความร่วมมือกับธนาคารทิสโก้นี้จะช่วยให้ประชาชนมีการเตรียมวางแผนเพื่อการเกษียณที่ครอบคลุมเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่มีคุณภาพ  นอกจากความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันบำนาญแล้ว กรุงเทพประกันชีวิตยังได้ร่วมมือกับธนาคารทิสโก้ ในการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเกษียณผ่านช่องทางของบริษัทและธนาคารทิสโก้

ในส่วนของช่องทางสื่อสารของกรุงเทพประกันชีวิตได้มีการจัดทำบทความด้านวางแผนการเงินและด้านสุขภาพ และรายการ Bangkok Life Healthy Station ที่มีการสัมภาษณ์แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน  บริษัทยังให้ความสำคัญกับการให้บริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือกรมธรรม์ และได้พัฒนาบริการ BLA EveryCare ที่มอบความอุ่นใจด้วยบริการสุขภาพครบวงจร ดูแลลูกค้าทั้งตอนที่สุขภาพดี เกิดอาการป่วย ดูแลตัวเองที่บ้าน การเดินทางไปโรงพยาบาล ระหว่างเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และหลังออกจากโรงพยาบาล

ด้านนายเมธา ปิงสุทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความพร้อมของธนาคารทิสโก้ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณให้คนไทยนั้น ทิสโก้อยู่ระหว่างพัฒนาโปรแกรมสำหรับวางแผนเกษียณในเชิงลึก โดยครอบคลุมทั้งการสร้างเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณ และการวางแผนป้องกันความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายสุขภาพ พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอข้อมูลบทความ คลิป และจัดสัมมนาให้ความรู้วิธีการวางแผนเกษียณที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกผ่านสื่อต่างๆ และในปี 2566 ยังมีแผนที่จะให้บริการคำปรึกษาสำหรับการวางแผนเกษียณที่เหมาะกับลูกค้ารายบุคคล โดยผู้ที่สนใจสามารถใช้บริการได้ที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน TISCO My Wealth ให้เป็นเครื่องมือสำหรับการวางแผนเกษียณให้กับลูกค้าด้วย

โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจวางแผนเกษียณ

โปรโมชันสะสมคะแนน เพื่อแลกรับของรางวัลพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สนใจวางแผนเกษียณอย่างครบ จบที่กับธนาคารทิสโก้ ทั้งผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ โรคร้ายแรง และ ประกันบำนาญที่รับประกันโดยบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยลูกค้าจะได้รับคะแนนสะสม 1,000 คะแนน จากการซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนี้ ประกันสุขภาพ My Care Prestige Health หรือประกันบำนาญ My Wish Retirement ค่าเบี้ยทุก ๆ 2,000 บาท  ประกันสุขภาพ My Care Easy Health ค่าเบี้ยทุก ๆ 1,200 บาท ประกันโรคร้ายแรง CI Extra Care ค่าเบี้ยทุก ๆ 800 บาท

และคะแนนสะสมสามารถแลกรับเป็นบัตรกำนัล โดยมีมูลค่าดังนี้ คะแนนสะสม 5,000 – 20,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 1,200 บาท คะแนนสะสม 20,001 – 40,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 2,800 บาท คะแนนสะสม 40,001 – 60,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 4,800 บาท คะแนนสะสม 60,001 – 80,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 7,200 บาท คะแนนสะสม 80,001 – 100,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 10,000 บาท คะแนนสะสม 100,001 – 120,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 13,200 บาท คะแนนสะสม 120,001 – 140,000 คะแนน แลกรับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 16,800 บาท คะแนนสะสมตั้งแต่ 140,001 คะแนนขึ้นไป แลกรับบัตรกำนัลมูลค่า 18,200 บาท

ยิ่งสะสมมาก ยิ่งได้รับของรางวัลมูลค่ามากขึ้น โดยสามารถสะสมคะแนนได้จากการซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2565 และสามารถนับรวมบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้  โดยกรมธรรม์ต้องได้รับการอนุมัติจากบริษัทประกันภัยภายในวันที่ 31 มกราคม 2566