10 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ APEC

Categories : Update News, Finance

Public : 11/15/2022

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพได้ถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อเปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” โดยไทยมุ่งผลักดันประเด็นด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุนเสรี การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย และการส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสอดรับกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้ ความริเริ่มที่สำคัญของไทยในการประชุมคือ การขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก FTAAP ซึ่งจะเป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จะส่งผลดีต่อการส่งออกและ GDP ของไทย 

Krungthai COMPASS คาดว่า FTAAP จะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก ประกอบกับการดำเนินการจัดตั้ง FTAAP ในกรอบพหุภาคีจะลดการเผชิญหน้าและช่วยผ่อนคลายข้อขัดแย้งของชาติมหาอำนาจได้ในอนาคต อีกทั้ง การที่ไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยว และคาดว่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวได้

Krungthai COMPASS รวบรวม 10 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ APEC ดังนี้

1. APEC คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เป็นการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี 21 เขตเศรษฐกิจ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนไทเป(ไต้หวัน) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี โดยไทยเป็นหนึ่งใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้ง และประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเมื่อปี 2535 และปี 2546

APEC ถูกจัดตั้งเมื่อปี 2532 เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทางเศรษฐกิจ ให้สมาชิกที่มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันหาแนวทางร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นประเด็นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือในเศรษฐกิจของทุกภาคส่วน พลังงาน สาธารณสุข E-commerce และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า

2. APEC แตกต่างจากข้อตกลงพหุภาคีอื่น อย่างไร

APEC คือ การรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ต่างจากข้อตกลงในพหุภาคีอื่น ที่เน้นเจรจาเพื่อการค้า การดำเนินความร่วมมืออยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ ความสมัครใจ และความยืดหยุ่น รวมถึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สมาชิกสามารถดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนตามความพร้อมของแต่ละสมาชิก

3. APEC สำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก

APEC ถือเป็นความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของโลกทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งมูลค่า GDP รวมกันประมาณ 61% ของทั้งโลก และจำนวนประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 1 ใน 3 ของพลเมืองทั้งโลก จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากข้อมูลของ World Bank ในปี 2564 พบว่า มูลค่า GDP ของสมาชิก APEC เท่ากับ 59.4 ล้านล้านดอลลาร์ รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของ GDP ในจำนวนนี้ 3 ชาติสมาชิกหลักของ APEC ถือเป็นประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่ 3 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ส่วนไทยมีขนาดทางเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 11 (GDP เท่ากับ 0.5 ล้านล้านดอลลาร์)

4. ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ APEC เป็นอย่างไร

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง โดยในปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ (ทั้งสินค้าและบริการ) มากถึง 116.7% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมภาคต่างประเทศให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านการส่งออกและการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงถึง 53.4% และ 45.4% ของ GDP ไทยพึ่งพาด้านการค้ากับกลุ่ม APEC ทั้งการส่งออกสินค้าที่มากถึง 72.1% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากกลุ่ม APEC คิดเป็น 71.9% ของการนำเข้าจากทั่วโลก ตลาดการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยยังมีการเชื่อมโยงทางด้านการลงทุนกับกลุ่มสมาชิก APEC อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโดยตรงจากประเทศสมาชิก APEC ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และการลงทุนของไทยในประเทศสมาชิก APEC เพิ่มขึ้นเช่นกัน

10 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ APEC

5. กลุ่ม APEC มีบทบาทอย่างไรต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย

ในกลุ่ม APEC มีหลายชาติในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีน ไทย และเกาหลีใต้ ที่อัตราส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Share of Manufacturing to GDP) คิดเป็นสัดส่วนสูงประมาณเกือบ 30% ของ GDP ล่าสุดในปี 2564 สัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่อ GDP ของชาติข้างต้น ถือเป็น 3 ลำดับแรกของ APEC ที่ระดับ 27.4% 27.0% และ 25.4% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนของ APEC (15.4%) และของโลก (17.0%) บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมเป็นกลไกขันเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและหลายชาติในเอเชียซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก

กรณีของไทยนั้น Krungthai COMPASS พบว่า สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย 4 อันดับแรกในปี 2564 เป็นผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ยานยนต์และชิ้นส่วน (14.2%) ผลิตภัณฑ์ยาง (5.8%) และพลาสติก (5.3%) ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยัง APEC ทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่ผลิตป้อนตลาด APEC ถึง 77.3% ยานยนต์ฯ (57.5%) ผลิตภัณฑ์ยาง (72.5%) และพลาสติก (72.8%)

6. นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างไร

นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่ม APEC สะท้อนจากที่ไทยเป็นประเทศพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่ม APEC ซึ่งคิดเป็น 11.8% ของ GDP ในปี 2562 (หรือคิดเป็นมูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่ม APEC คิดเป็น 66.2% ของรายได้ทั้งหมด โดยสัญชาติที่สำคัญ คือ จีน  คิดเป็นร้อยละ 1 ใน 4 ของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือ มาเลเซีย (5.6%) รัสเซีย (5.4%) และญี่ปุ่น (4.9%)

7. ความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ระดับไหน หากเทียบกับสมาชิก APEC

จากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development หรือ IMD ปี 2565 เผยว่าไทยมีความสามารถทางการแข่งขัน 63.7 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่อันดับที่ 33 จาก 63 ประเทศทั่วโลก โดยไทยถูกจัดอันดับลดลง 5 อันดับ จากทั้ง 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ด้านสภาวะเศรษฐกิจ ด้านราคาปรับดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ ขณะที่การบริหารจัดการยังคงอันดับเดิม และด้านโครงสร้างพื้นฐาน ลดลงจากด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานทั่วไปและการศึกษาปรับดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้อันดับความสามารถทางการแข่งขันลดลงมากที่สุด คือ ด้านสภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศ เนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวสูง

8. APEC มีความสำคัญเพียงใดต่อภาคการเงินและการขับเคลื่อน Digital economy 

ศักยภาพของ APEC สามารถสะท้อนได้จากแนวโน้มการเติบโตของระบบการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้เขตเศรษฐกิจกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการกระจายธุรกิจและขยายตลาดออกไปในภูมิภาค การระดมทุนของสมาชิก APEC มีแนวโน้มเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ระบบการเงินของ APEC ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เติบโตอย่างรวมเร็ว จากการค้าผ่านระบบ E-commerce และ Digital Banking ที่ช่วยกระตุ้นธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างสมาชิก APEC

9. การเข้าร่วม APEC ของไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างไร 

นับตั้งแต่ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง APEC กับอีก 11 เขตเศรษฐกิจเมื่อปี 2532 นั้น ความร่วมมือที่ไทยได้ดำเนินการร่วมกับ APEC ในการสนับสนุนการค้าเสรีและลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ มีส่วนช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับสมาชิกในกลุ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลอดจนหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุนและปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เช่น พิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้า Krungthai COMPASS พบว่า สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยัง APEC เพิ่มจาก 63.8% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดในปี 2533 เป็น 72.1% ในปี 2564 ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาด APEC เติบโตโดยเฉลี่ย (CAGR) ถึงประมาณปีละ 9.6%

10. ประเด็นสำคัญของการประชุม APEC ครั้งนี้คืออะไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยและโลก    

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจะได้พบปะเยี่ยมเยือนกันภายหลังจากการแพร่ระบาด ประกอบกับสมาชิก APEC ต่างอยู่ในช่วงปรับเศรษฐกิจเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ ที่เกิดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อเปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” ภายใต้ประเด็นหลักที่ไทยมุ่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจากครั้งนี้ ได้แก่ (1) การเปิดโอกาสด้านการการค้าเสรีและการลงทุนผ่านเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of Asia-Pacific: FTAAP) ซึ่งไทยจะนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อน FTAAP โดยมีเป้าหมายให้สามารถจัดตั้งขึ้นได้ภายในปี 2583 โดยจะผลักดันให้ผู้นำ APEC ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อรับรองแผนงานดังกล่าว (2) การจัดตั้งกลไก APEC Safe Passage เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยระหว่างกลุ่มสมาชิก ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว และ (3) การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนภาคธุรกิจและยกระดับวิสาหกิจ MSME เพื่อดำเนินกิจการอย่างสมดุลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนการเงินที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) เป็นแนวคิดหลักในการประชุมครั้งนี้

ในบรรดาความริเริ่มของไทยดังกล่าว การขับเคลื่อน FTAAP ถือเป็นประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งหากไทยสามารถผลักดันประเด็นนี้ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ จะส่งผลให้เกิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ ความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศนอกกลุ่ม APEC ทั้งยังจะช่วยกดดันให้การเจรจาเปิดเสรีทางการค้าในกรอบของ WTO ที่ชะงักงันให้เดินหน้าต่อไป

จากการศึกษาของ World Bank ประเมินว่า FTAAP จะช่วยให้การส่งออกและ GDP ของไทยเติบโตสะสมในช่วง 10 ปีภายหลังการจัดตั้งประมาณ 4.1% และ 0.8% ตามลำดับ