“PTG”บุกNon oilต่อเนื่องปี 66ตั้งเป้าเปิด”กาแฟพันธุ์ไทย”อีก 1,000 สาขา-ลุยโรงไฟฟ้าขยะ

Categories : Update News, Stock Market

Public : 22/11/2022

  PTG เปิดแผนปี   66ตั้งเป้าหมาย เปิดสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทยแตะ 1.5 พันสาขา จากสิ้นปีนี้ที่คาดอยู่ระดับ 540-550 สาขา เล็งลุยโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชน - พลังงานสะอาดหนุนธุรกิจเพิ่ม ส่วนผลงานไตรมาส 4/65 มั่นใจยังโตต่อเนื่อง รับโควิดคลี่คลาย-ยอดนักท่องเที่ยวฟื้น

  นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ถึงแผนการดำเนินงานในปี 2566 เบื้องต้นเตรียมขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มเป็น 1,500 สาขา จากสิ้นปีนี้จะขยายเพิ่มเป็น 540-550 สาขา หลังจากปัจจุบันอยู่ที่ 461 สาขา โดยจะเน้นการขยายสาขาใหม่นอกสถานีบริการน้ำมัน PT เป็นหลัก

  ส่วนด้านธุรกิจใหม่ภายในปี 2566 นั้น บริษัทจะมุ่งเน้นธุรกิจโรงไฟฟ้าจากขยะชุมชน หลังจากได้ลงนามสัญญาก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชุมชนเทศบาลเมืองบ้านพรุ จังหวัดสงขลา รวมถึงเตรียมขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนสถานีบริการน้ำมันให้มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า หลังค่า Ft ปรับตัวขึ้น

  นอกจากนี้ ยังมองโอกาสลงทุนในพลังงานสะอาดอื่นๆเพิ่มเติมทั้งการจัดการด้านพลังงานสะอาด รวมไปถึงคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้บริษัทยังเริ่มศึกษาการลงทุนธุรกิจรีเทลต่างๆ ที่จะเข้าส่งเสริมให้ Ecosystem ของ PTG แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจ F&B, แพลตฟอร์ม Digital Lending, Insurtech, Fleet Management และ Pharmacy เป็นต้น

  " การทำธุรกิจปีหน้าความเสี่ยงหลักๆที่ต้องเจอต่อนื่องจากปีนี้  ประกอบด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง, อัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทก็มีการจัดการบริหารความเสี่ยงเอาไว้แล้ว ขณะที่ค่าการตลาดในปีหน้าคาดว่าจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ที่คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 1.80-2.00 บาทต่อลิตร จากภาวะเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นมาก" นายพิทักษ์ กล่าว

  สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ  ไตรมาส 4/2565 จะเติบโตดีกว่าช่วงไตรมาส 3/2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายและจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียและแถบตะวันตกเฉียงเหนือที่เข้ามาช่วยทดแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังไม่ฟื้นกลับมาได้ และส่งผลดีต่อยอดขายร้าน Coffee World ที่อยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิปรับตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันยังเพิ่มสูงขึ้นด้วย

  ทั้งนี้สำหรับผลประกอบการทั้งปีนี้ คาดว่ารายได้จะทำได้ตามเป้าที่วางไว้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน ขณะที่ด้านปริมาณการจำหน่ายน้ำมันคาดจะเติบโต 6-10% จากปีก่อน ส่วนปริมาณการขายก๊าซ LPG คาดจะเติบโต 50-60% และยอดขาย Non-Oil จะเติบโต 80-90% รวมถึงคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จะเติบโตได้ตามเป้าที่ระดับ 15-20%