หุ้น ‘ทิพยประกัน’ ในสปป.ลาว เนื้อหอม กลุ่มทุนจีนต้องการซื้อ 20% จาก ‘สยาม’

Categories : Update News, Insurance

Public : 12/21/2022

'ทิพยประกัน' ในสปป.ลาว เนื้อหอม กลุ่มทุนจีนต้องการซื้อ 20% จาก 'สยาม'แต่อยากเสนอชายผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดเป็นคนไทยและบริษัทไทย เร่งรัดกลุ่มทิพย กรุ๊ป รีบตัดสินใจก่อนขายให้ทุนจีน

นายสยาม รามสูต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า จากแนวโน้มของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังจากที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด 19 คลี่คลายลง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจในปีหน้ามีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน จึงทำให้มีแผนที่จะลงทุนเพื่อรองรับการฟื้นตัว และเนื่องจากได้เข้าไปลงทุนหลายๆด้านในสปป. ลาว มาโดยตลอด จึงมองว่าในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจรอบนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสปป. ลาวจะฟื้นตัวและเติบโตได้ดี ถือเป็นจังหวะและโอกาสทางธุรกิจที่น่าลงทุนเป็นอย่างมาก

นายสยาม กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้จึงต้องการที่จะเตรียมความพร้อมในการลงทุนไว้ล่วงหน้า โดยคิดที่จะขายเงินลงทุนในบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด ใน สปป. ลาว เพื่อเปลี่ยนมาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่ง บริษัท ทิพยประกันภัย ในสปป. ลาวเป็นบริษัทที่ตนเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่แรกในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ร่วมกับทางทิพย กรุ๊ป ของไทย ที่ต้องการขยายธุรกิจประกันมาในสปป.ลาว

"บริษัททิพยประกันภัย จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นใน สปป.ลาว ได้รับใบอนุญาตทั้งประเภทประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ซึ่งผมเองได้ร่วมลงทุนด้วย 20% จากทุนจดทะเบียนทั้งหมด สำหรับบริษัทได้ดำเนินการมา 8 ปีแล้วจนถึงขณะนี้ โดย muj ผลประกอบการก็เป็นไปด้วยดี"

นายสยาม กล่าวว่า ตนเองต้องการขายเงินลงทุนในหุ้น 20%ของบริษัททิพยประกันภัยในสปป.ลาว และเนื่องจากเห็นว่า บริษัทนี้มีผู้ถือหุ้นทั้งหมดเดิมเป็นคนไทยและบริษัทไทย ดังนั้น ในการแ นั่นคือ กลุ่มบริษัททิพยประกันในไทย เพื่อที่บริษัทนี้จะได้เป็นของคนไทยต่อไปเหมือนกับเจตนารมณ์ตอนที่ตั้งบริษัทขึ้นมา

"ตอนนี้ทางผมก็ได้มีการเสนอไปทางทิพย กรุ๊ป แล้วว่า สนใจที่จะซื้อหุ้น 20% ในส่วนที่ผมถืออยู่หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มทิพย กรุ๊ป ถือหุ้นอยู่ 35% หากได้ไปอีก 20% ก็จะกลายเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ สามารถที่จะบริหารและผลักดันให้ธุรกิจทิพยประกันในสปป.ลาว เป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางทิพย กรุ๊ป ก็ได้รับทราบคำเสนอของผมแล้ว"

นายสยาม กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ก็ได้รับการติดต่อจากกลุ่มทุนจีน ที่ปัจจุบันมีการเข้าไปลงทุนในสปป.ลาวอย่างมาก แสดงความสนใจที่จะซื้อหุ้น ซึ่งตนก็รับไว้พิจารณา แต่เนื่องจากยังรอคำตอบของทางทิพย กรุ๊ปอยู่ รวมทั้งจริงๆแล้วต้องการให้บริษัท ทิพยประกันภัย ในสปป.ลาวยังเป็นของกลุ่มทุนไทยอยู่ต่อไป แต่เนื่องจากตนเองมีแผนที่จะไปลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า ดังนั้น สุดท้ายจึงต้องดูว่า เมื่อถึงเวลากลุ่มทุนไทยหรือกลุ่มทุนจีนจะให้คำตอบที่ชัดเจนก่อนกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องเลือกตัดสินใจขายให้กับกลุ่มที่มีความพร้อมก่อนนั่นเอง