SVRเคาะราคาไอพีโอ2.20บาท

Categories : Update News, Stock Market

Public : 27/01/2023
เปิดจองซื้อ 31 ม.ค.,1-2 ก.พ. - พร้อมเข้าเทรด mai 8 ก.พ.นี้  

กรุงเทพฯ - บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท “SVR” ประกาศเคาะราคา IPO 2.20 บาทต่อหุ้น พร้อมเข้าเทรดตลาด เอ็ม เอ ไอ วันที่ 8 ก.พ. 2566 ตั้งบล.โกลเบล็ก และ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เป็น Joint Lead Underwriter พร้อมด้วย บล. พาย บล. ดาโอ และบล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็น Co-Underwriter เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 31 ม.ค., 1-2 ก.พ.นี้ มั่นใจเป็นหุ้นอสังหาฯน้องใหม่ ตอบโจทย์นักลงทุนที่สามารถตอกย้ำแนวโน้มภาพการเติบโตผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพุ่งกระฉูดสวนกระแสวิกฤตเศรษฐกิจ และพร้อมก้าวสู่การเติบโตก้าวสู่ระดับ High Growth อย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีสู่ผู้ถือหุ้น

​วันที่ 27 มกราคม 2566 บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “SVR” ลงนาม               ในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม (Joint Lead Underwriter ) พร้อมแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน), บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Co-Underwriter) ในการเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวนไม่เกิน 130 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25.49% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น             มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 1.00 บาท โดยเสนอขายที่ระดับราคา 2.20 บาท

​นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็กจำกัด ในฐานะ                            เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม ( Joint Lead Underwriter )ของ บมจ.สิวารมณ์ เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) จำนวน 130 ล้านหุ้น ที่ระดับราคาหุ้นละ 2.20 บาท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 31 มกราคม 2566, วันที่ 1-2 ก.พ.2566 โดยคาดว่าหุ้น SVR จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)                 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566  หมวดกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ใช้ชื่อย่อ “SVR ”

​ทั้งนี้ สำหรับระดับราคา 2.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 13.93เท่า เทียบจากผลการดำเนินงานย้อนหลังตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 - 30 ก.ย. 65 จากการมีโครงการที่รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกๆปีประกอบกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่ง             ของการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นจึงมองว่าระดับราคาดังกล่าวจึงเป็นราคาที่เหมาะสม

หุ้น SVR เป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่น่าจับตา เนื่องจากศักยภาพความแข็งแกร่งของบริษัทฯ     ที่สามารถฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสถาการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงแนวโน้มการเติบโตผลการดำเนินงานของ SVR  ที่มีโอกาสก้าวสู่ระดับ High Growth อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ภายใต้การขยายการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และจากการวางกลยุทธ์  ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่อยู่อาศัยแนวราบทุกรูปแบบราคา 1 ถึง 7 ล้านบาท เป็นการสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ขนาดที่ดิน ต่อโครงการไม่เกิน 50 ไร่ เพื่อให้สามารถกระจายการพัฒนาโครงการได้ในหลากหลายพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมกับความต้องการและไม่เกิดอุปทานส่วนเกิน ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงมั่นใจว่าหากเปิดให้มีการจองซื้อหุ้น SVR จะเป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี  

นายธีรศักดิ์ ทวีปิยมาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม ( Joint Lead Underwriter) กล่าวว่า การเสนอขายหุ้น SVR  ในครั้งนี้ มีบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด และ         บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน รับหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วมกัน          พร้อมทั้งยังมี บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Co-Underwriter)

สำหรับจุดเด่นของ SVR ต้องยอมรับว่า เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวราบน้องใหม่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เข้ามาบริหารงานอย่างมืออาชีพ โดยมุ่นเน้นจุดขายภายใต้แนวคิด Best Smart Living ที่เป็นจุดแข็ง   ทั้งแบบบ้าน ทำเลที่มีศักยภาพการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในราคาขายที่คุ้มค่า โดยนับตั้งแต่ปี 2019 – ปัจจุบัน มีการพัฒนาโครงการแล้ว 9 โครงการ แบ่งเป็นปิดการขายแล้ว       2 โครงการ, อยู่ระหว่างขาย 6 โครงการ และอยู่ระหว่างพัฒนา 1 โครงการ

ซึ่งแต่ละทำเลที่ตั้งจะหลากหลายในทุกพื้นที่ อาทิ จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณพื้นที่บางปู , ทำเลนิคมอุตสาหกรรม อย่างชลบุรีและระยอง รวมถึงอยู่ระหว่างการขยายไปในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมากขึ้น  

​“มั่นใจว่าหุ้น SVR จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี พร้อมทั้งเชื่อว่าภายหลังการเข้า           จดทะเบียนในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งทางการเงิน และความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทฯ    มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทฯมีนโยบายบริหารจัดการอัตราหนี้สินต่อทุน ภายหลัง IPO ให้อยู่ในระดับ 2 : 1 เท่า หนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับ SVR อย่างยั่งยืน ดังนั้นในฐานะ Joint Lead Underwriter มองว่าหุ้น SVR เป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่น่าจับ”

​ด้านนายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัดในฐานะบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวเสริมถึงจุดเด่นว่า SVR เป็นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แนวราบ ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตสูง และเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่น่าจับตา เนื่องจาก                  ด้วยพฤติกรรมกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยมีการปรับเปลี่ยน ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยแนวราบรอบกรุงเทพฯ ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยทุก Generation ประกอบกับด้วยวิสัยทัศน์ และ พันธกิจ ของSVR ที่มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรม สินค้าและบริการ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองทุกรูปแบบการใช้ชีวิตที่ลงตัว ทั้งนี้ SVR มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าบริการ และองค์กร ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการ         ใส่ใจความต้องการของลูกค้าในทุกระดับราคา และทุก generation เพื่อสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมกับ ลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และ พนักงานในองค์กร

​นายอรรถปวิทย์ มโนธรรมรักษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิวารมณ์ เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ “SVR” เปิดเผยว่า การเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจในการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ สำหรับเงินที่SVR ระดมทุนได้ในครั้งนี้ คิดเป็นจำนวน 286 ล้านบาท ของมูลค่าหุ้นที่เสนอขาย โดยบริษัทฯจะนำไปลงทุน เพื่อต่อยอดการพัฒนาโครงการในอนาคต ให้ครอบคลุมเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อขับเคลื่อนทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในขณะนี้                 สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ ภายใต้การวางยุทธ์ศาสตร์ทางธุรกิจ ให้สอดรับกับแนวคิด “Best Smart Living” 1.) ทำเลที่ตั้งต้องเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ และใกล้รถไฟฟ้า (Smart Location)  2.) การออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่นำเอาความต้องการของผู้อยู่อาศัยมาเป็นที่ตั้ง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้พื้นที่ภายในบ้านได้อย่างคุ้มค่าและลงตัว (Smart Space) 3.) ราคาบ้านที่ลูกบ้านจ่ายไปต้องได้รับความคุ้มค่าอย่างสูงสุด (Smart Value) และ 4.) นวัตกรรมต่าง ๆ (Smart Home) ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ Lifestyle ทุก Generation เพื่อการใช้ชีวิตของลูกบ้านให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากปัจจัยในข้างต้น ทำให้ทุกโครงการของสิวารมณ์ “SVR” สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ส่งผลให้วันนี้ SVR เป็นบริษัทฯพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ ที่มีอัตราการเติบโตในการก้าวเข้าสู่ระดับ High Growth และพร้อมมุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น