PTG ปี 66 สดใส เพิ่ม งบลงทุน 2,500ล้านบาท ขยายธุรกิจ Non oil หวังขยับมาร์จิ้นสู่ 20-25%

Categories : Update News, Stock Market

Public : 20/02/2023
PTG ปี 66 สดใส เพิ่ม งบลงทุน 2,500ล้านบาท ขยายธุรกิจ Non oil หวังขยับมาร์จิ้นสู่ 20-25% ด้าน ธุรกิจน้ำมัน ปริมาณขาย สู่ 8-12 ล้านลิตร รับท่องเที่ยว - เลือกตั้ง ค่าการตลาดขยับสู่ 1.80-2 บาท หนุนรายได้เติบโต เดินหน้าธุรกิจพลังงานสะอาดโรงไฟฟ้าขยะ -โซลารูฟท็อบบนสถานีบริการ เดินหน้า“PT ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน"โครงการ

นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ปีนี้ PTGจะให้น้ำหนัการลงทุนในธุรกิจ Non Oil มากกว่า ธุรกิจน้ำมัน โดยตั้งงบลงทุนไว้ 2,500 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจน้ำมันงบลงทุนจะลงมาอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งต่างจากปีก่อนๆที่ งบลงทุนธุรกิจน้ำมันโดยเฉพาะการเปิดสาขาจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อที่จะขยับสัดส่วน กำไรจากธุรกิจNon Oil ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 20-25% ตามแผน 5 ปีจะขึ้นไปอยู่ที่ 50% ขณะที่ธุรกิจน้ำมันก็จะยังมีมีสัดส่วนรายได้ที่ใหญ่และประมาณ 94-98% ของรายได้

 

“ ยังไงธุรกิจน้ำมันยังคงมีสัดส่วนใหญ่และสำคัญต่อโครงสร้างรายได้ของบริษัท แม้ว่ารายได้จากธุรกิจ Non Oil จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแต่สัดส่วนจะขยับไม่มาก แต่ธุรกิจนันออยล์จะมีมาร์จิ้นที่ดี จึงหนุนให้อัตรากำไรของ บริษัทเพิ่มสูงขึ้น “ นายรังสรรค์ กล่าว

 

นายรังสรรค์ กล่าวว่า ในปีนี้ภาพรวมของบริษัทจะเติบโตทั้งในแง่เชิงปริมาณและคุณภาพโดยธุรกิจน้ำมันคาดว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะยู่ที่ 8-12 ล้านลิตร ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจนในช่วง2 เดือนแรกของปีและต่อเนื่องมาหลังมีการเปิดประเทศนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวมากขึ้น ขณะที่มองไปข้างหน้าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งซึ่งมองว่าการเดินทางก็เพิ่มขึ้นด้วย

 

ขณะที่ในส่วนของค่าการตลาดก็เริ่มเข้ามาภาวะที่เหมาะสมมากขึ้นหลังจากรัฐได้ขยับค่าการตลาดมาให้ที่ 1.80 บาทต่อลิตร จากที่บริษัทได้เสนอไปที่ 2 บาทต่อลิตรซึ่งอนาคตบริษัทก็จะเสนอขอปรับอีกหลังจากราคาน้ำมันดิบลดลง เพราะมองว่าค่าการตลาดที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ 2.4 บาท เพราะส่วนผู้ประกอบการแต่ละรายจะอยู่ที่เท่าไรก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่และบริษัทและค่าการตลาดระดับนี้รองรับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและค่าแรงที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย

นายรังสรรค์กล่าวเพิ่มเติม ถึงธุรกิจนันออยล์ถือว่าเติบโตดีมากทั้งกาแฟร์พันธุ์ไทย ออร์โต้แบล็คที่โตขึ้น100%ปีนี้มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 30-50 สาขา ส่วนสถานีชาร์ต EV มี 35 สาขาถือว่าสามารถรองรับกับปริมาณรถไฟฟ้าขณะนี้ได้

ขณะที่ ธุรกิจพลังงานสะอาดบริษัทจะให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งการดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาด จะดำเนินการโดยบริษัท PTG GREEN ซึ่งจะมีทั้งโรงไฟฟ้าขยะที่มีกำลังผลิต 45เมกกะวัตต์ มีกำลังผลิตติดตั้ง 50เมกกะวัตต์ รวมถึงการติดโซล่าร์รูปท็อป บนหลังคาสถานีบริการขอบริษัทที่มีแล้วกว่า 30 แห่งและนโยบายหลังจากนี้เมื่อเริ่มลงทุนสถานีเราก็จะติดโซลารูปทันที โดยมีแผนจะเพิ่มอีก 60 แห่งในปีนี้ ซึ่งคาดจะมีกำลังผลิตไฟประมาณ 3 เมกกะวัตต์ไม่มากแต่จะทำให้ต้นทุนพลังงานของบริษัทลดลง

สำหรับความคืบหน้าในการนำธุรกิจลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ขณะนี้ในส่วนของปาล์มคอมเพล็กซ์ (PPPGC) ยื่นไฟลิงแล้ว และน่าจะเป็นตัวแรกที่เข้า ส่วน PTG LPG ก็จะยื่นเร็วๆนี้ ส่วนอีก 2ปีข้างหน้าก็จะเป็นกาแฟร์พันธุ์ไทย และออร์โต้แบล็ต

 สำหรับนโยบายด้านCSRและความยั่งยืน บริษัทยังคงเดินหน้า โครงการ “PT ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน"  เพราะ PTG ดำเนินธุรกิจ และเติบโตคู่กับคนไทยมากว่า 34 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ที่ PTG ดำเนินกิจการอยู่ จึงจัดกิจกรรม CSR ภายใต้โครงการ “PT ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน" มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด PTG ได้เริ่มโครงการฯ แรกของปีที่ จังหวัดพิษณุโลก และตั้งเป้าหมายว่าจะออกไปตามชุมชนไตรมาสละ1ครั้ง โดยเฉพาะ PTชุมชนตาสว่าง ซึ่งถือว่าได้ช่วงสังคมและประเทศไทยเพื่อให้ผู้สูงอายุมีการมองเห็นที่ดี ซึ่งตลอดที่ทำโครงการมา เราได้มอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุ มาแล้วกว่า 3,000 คน รวมถึงเพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตให้กับประชาชนในชุมชนเราก็มีโครงการสวมหมวดกันน็อค ขับขี่ปลอดภัยและการจ้างงานโดยทุกครั้งที่ออกไปจะมีการเปิดรับสมัครงานด้วยเพื่อให้คนในชุมชนมาสมัคร สร้างงาน สร้างอาชีพ