KJLเปิดแผน5 ปี รายได้และกำไรโตขึ้น2 เท่าตัว

Categories : Update News, Stock Market

Public : 27/02/2023

KJLเปิดแผน5 ปี รายได้และกำไรโตขึ้น2 เท่าตัวจากปี 65 รายได้พุ่งทะลุ1,000 ล้าน เดินหน้านำขยายการผลิต นำ เทคโนโลยีมาใช้คุมต้นทุน  หนุนมาค์จิ้นยืนเลข2 หลัก ออกโปรดักส์ใหม่ๆรองความความต้องการลูกค้า ในทุกอุตสาหกรรม

นายเกษมสันต์ สุจิวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน) หรือ KJL เปิดเผยว่า บริษัทได้วางเป้าหมายไว้ว่า  5 ปี(2566-2570) รายได้และกำไรจะเติบโตขึ้นจากปัจจุบัน 2 เท่าตัว 

 โดยตั้งเป้าขยายธุรกิจไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มโรงพยาบาล อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน กลุ่มอุตสาหกรรม IT และ Data Center รวมถึง เทคโนโลยี IOT ที่จะตอบสนองธุรกิจ และการต่อยอดธุรกิจสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

 นอกจากนี้ จะเติบโตด้วยการขยายตัวแทนจำหน่ายไปทั่วประเทศ และขยายกำลังการผลิตของโรงงาน และที่สำคัญบริษัทฯมีแผนที่จะนำเสนอสินค้าให้ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม รวมถึงใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตด้วย Digital Industry 4.0 เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในภาคการผลิต

ส่วนปี2566 มั่นใจโตต่อเนื่องจากปี  2565 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,026.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.38% จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 845.34 ล้านบาท

และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 131.63ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น39.97% จากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 94.04 ล้านบาท

ทั้งนี้ที่รายได้ของบริษัทฯที่เพิ่มขึ้นมาจากยอดขายสินค้ามาตรฐานเคเจแอล ประกอบไปด้วยตู้สวิทซ์บอร์ด รางเดินสายไฟ และกล่องพูลบ๊อกซ์ ที่เพิ่มขึ้นจำนวน 171.10 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของสภาวะเศรษฐกิจ และการขยายการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมถึงรายได้จากการขายสินค้าสั่งผลิต หรือ MTO ที่เพิ่มขึ้นจำนวน 35.64 ล้านบาท และรายได้จากการขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นจำนวน 5.68 ล้านบาท ตามยอดขายสินค้ามาตรฐานเคเจแอลที่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ตามราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น รวมถึงบริษัทฯมีการใช้เทคโนโลยีระบบควบคุมการผลิตแบบ Industry 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ได้แก่ เครื่องตัดเลเซอร์ เครื่องเจาะด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องพับ และหุ่นยนต์พับอัตโนมัติ เป็นต้น ทำให้บริษัทฯ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับพนักงานฝ่ายผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯปรับสูงขึ้นเป็น 28.62จากปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.46%และอัตรากำไรสุทธิของบริษัทฯปรับสูงขึ้นเป็น 12.83จากปีก่อนหน้าที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่11.12%

ในปี 65 ที่ผ่านมาผลประกอบการของเราเติบโตได้จากยอดขายสินค้ามาตรฐาน และสินค้าสั่งผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่มีสัดส่วนสูงที่สุดของบริษัทฯ ซึ่งยอดขายที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นไปตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า(EV) และพลังงานทดแทน รวมถึงการขยายการลงทุนใน EEC ของภาครัฐและเอกชน ยังเป็นปัจจัยหนุนให้ความต้องการสินค้าของเราเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ปีก่อนต่อเนื่องจนถึงปีนี้ และที่สำคัญเรายังใช้เทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้สามารถควบคุมต้นทุน และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในกระบวนการผลิตอีกด้วยนายเกษมสันต์กล่าว