RATCH ปี 2565 เติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้รวม มีจำนวน 81,788.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 84.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย(EBITDA) จำนวนเงิน 12,811.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 และมีกำไรส่วนของบริษัทฯ เป็นจำนวน 5,782.07 ล้านบาท บอร์ดเคาะปันผลอีกหุ้นละ0.80 บาท

นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2565 ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากผลกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ซึ่งเติบโตถึง 12,000 ล้านบาท บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ ธุรกิจผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก ซึ่งในปี 2565 บริษัทฯ รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเรียว ในอินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช ระยอง ในประเทศไทย รวมทั้งการลงทุนเพิ่มในโรงไฟฟ้าพลังน้ำอาซาฮาน-1 อินโดนีเซีย และโรงไฟฟ้าสหโคเจน (ชลบุรี) ด้วย
“ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้ากลุ่มบริษัทฯ โดยส่วนใหญ่ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารทางการเงินให้ต้นทุนอยู่ในระดับเหมาะสมและการจัดหาเงินทุนให้เพียงพอและทันการณ์กับการขยายการลงทุนของบริษัทฯ
ปัจจุบันสถานะทางการเงินของบริษัทฯ จัดอยู่ในระดับที่มั่นคงและแข็งแกร่ง ในปี 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 229,578.28 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง อยู่ที่ระดับ 1.90 เท่า และหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 1.14 เท่า
สำคัญ บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นรักษาอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นให้มีความยั่งยืน โดยในปีนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้จัดสรรเงินปันผลจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นงวดครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.80 บาท ทำให้ทั้งปีจ่าย 1.60 บาท เพราะงวดกลางปีจ่ายไปแล้ว 0.80 บาท จะได้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2566 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 24 เมษายน นี่
