โบรกเกอร์อัพเป้ากำไร PTG ปี 66แตะ 1.7พันล้านเชียร์ซื้อราคาเป้าหมาย18บาท
Categories : Update News, Stock Market
Public : 03/03/2023โบรกเกอร์อัพเป้ากำไร PTG ปี 66แตะ 1.7พันล้าน ค่าการตลาดน้ำมันฟื้นแรงโดยเฉพาะดีเซลที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สำคัญของPTG- ประกาศบุกหนักธุรกิจNon oilปั้นกำไรให้พอร์ตสัดส่วน50% เดินหน้านำธุรกิจในเครือเข้าระดมทุนตลาดหุ้น แนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมาย 18บาท บริษัทนัดแถลงใหญ่แผนธุรกิจวันนี้ !
บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) นัดแถลงแผนการทำธุรกิจปี 2566 ในวันที่ 3 -3-2566 ซึ่งยังคงมุ่งใน8กลุ่มธุรกิจหลักและมีเป้าหมายชัดเจนให้คนไทย#อยู่ดีมีสุขผ่านโครงการต่างๆของบริษัทที่ได้ดำเนินการมา
รวมถึงการขยายธุรกิจสู่พลังงานสะอาดเพื่อช่วยโลกลดภาวะก๊าซเรือนกระจก การขยายเข้าสู่ธุรกิจด้านสุขภาพ รองรับสังคมสูงวัยขณะเดียวกันให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจด้าน N0m Oil มากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสัดส่วนกำไรจากธุรกิจขยับขึ้นมาอยู่ที่ 50%แม้ในแง่ของโครงสร้าง
รายได้สัดส่วนสำคัญจะยังเป็นธุรกิจที่เกียวเนื่องกับน้ำมัน ที่สัดส่วนรายได้ 94-98%
อย่างไรก็ตามภายหลังบริษัทได้ประกาศผลดำเนินงานงวดปี 2565 ซึ่งผลดำเนินงานของมาเติบโต ยอดขายน้ำมันทำสถิติสูงสุด ขณะที่กำไรจากNon Oilเติบโตต่อเนื่อง และทางบริษัทได้จัด Analyst Meeting ให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ซึ่งส่วนใหญ่แนะนำซื้อและคาดปี2566นิวไฮ

บล.ฟิลลิปขยับเป้าหมายกำไรขึ้นมาอยู่ที่1,759 ล้าน คาดว่าปี2566กำไรฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ
บล.ฟิลลิปว่าปี2566กำไรฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ขึ้นมาอยู่ที่ 1,759 ล้าน ฟื้นตัว 48% y-y เนื่องจากการปรับค่าการตลาดน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติตามปี 2563 ทำให้คาดว่าค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลจะปรับตัวขึ้นประมาณ 0.40-0.60 บาท/ลิตร แต่ในขณะเดียวกันค่าการตลาดของน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มที่จะลดลงประมาณ 0.5-1.0 บาท/ลิตร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของค่าการตลาดข้างต้นทางฝ่ายมองว่าเป็น ปัจจัยบวกต่อ PTG ค่อนข้างมากเนื่องจาก PTG มีสัดส่วนการขายน้ำมันดีเซลอยู่ที่ราว 70% ของ ปริมาณการขายน้ำมันทั้งหมด และส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นน้ำมันเบนซิน ประกอบกับปริมาณการ ขายน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นโดยทางบริษัทตั้งเป้ าการเติบโตของปริมาณการขายน้ำมันในปี 2566 อยู่ที่ 8-12% y-y จากจานวนสถานีบิรการที่เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงสถานีบริการเพื่อเน้นการ เติบโตจากยอดขายของสถานีเดิมให้มากขึ้น
ปี 2566 ตั้งเป้าขยายธุรกิจ Non-oil อย่างดุดัน
ในปี 2566 PTG ตั้งงบลงทุนได้ที่ประมาณ 5,000-6,000 ลบ แบ่งตามประเภทธุรกิจได้ตามรูปที่ 1 ซึ่ง เงินลงทุนส่วนมากจะอยู่ในธุรกิจ Non-oil และ New business เป็นหลักเนื่องจากในปี 2566 PTG มี แผนที่จะขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียง 57 สถานี เนื่องจากจะเน้นการเติบโตของ สาขาเดิมให้มาก ขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน PTG มีแผนที่จะขยายสาขากาแฟพันธุ์ไทย (Punthai) เพิ่มขึ้น อีก 1,000 สาขา ซึ่งจะแบ่งเป็นสาขาแฟรนไชส์ 50% และสาขาที่เป็นเจ้าของเองอีก 50% โดยบริษัท คาดว่าการเพิ่มขึนของสาขาจะอยู่ในช่วง 2H66 เป็นหลัก ส่งผลให้คาดว่าปริมาณการขายมีแนวโน้มที่ จะปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ IPO ของ Palm complex
ความคืบหน้าของ Palm complex หลังจากการยื่น filling เรียบร้อยแล้วปัจจุบันทางบริษัทแจ้งว่าอยู่ ระหว่างการติดตามสถานะการณ์ในการปรับสัดส่วนของน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งในปัจจุบันแนวโน้มของ ธุรกิจยังเป็นไปตามที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในการ IPO ภายในช่วง 2Q66
คาดกำไรปี 2566 ฟื้นตัวอย่างมีนัยเนื่องจากแนวโน้มค่าการตลาดที่กลับสู่ภาวะปกติตามปี 2563 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรของธุรกิจน้ำมันอย่างมาก เนื่องจาก PTG มีสัดส่วนการขายน้ำมันดีเซลสูงถึง 70% ของปริมาณการขาย ประกอบกับการตั้งเป้าที่ค่อนข้าง aggressive ของการขยายสาขากาแฟพันธุ์ ไทย ทำให้คาดว่าปริมาณการขายมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น
แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 18 บาท
ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 18 บาทอ้างอิง PER 17.17x (ค่าเฉลี่ย 5 ปี) แ เนื่องจากกำไรที่คาดว่าจะฟื้นตัว y-y ของธุรกิจน้ำมัน และการตั้งเป้าเติบโตของธุรกิจNon-oil ประกอบกับปัจจุบันราคาซื้อ-ขายยังไม่ได้ดูแพงจนเกินไป
ด้าน บล.กสิกรไทย มองหุ้น บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) Outperform คงคำแนะนำ "ซื้อ" อัพราคาเป้าหมายสูงขึ้นเป็น 16.20 บาท จาก TSR ที่ 21%คาดกำไรแข็งแกร่งขึ้นในครึ่งแรกของปี 66 และดีเซล B10/B20 อาจกลับมาใช้อีกครั้ง ขณะที่ PTG ยืนยันค่าการตลาดน้ำมันขายปลีกน้ำมันกลับสู่ปกติ และปริมาณขายไตรมาส 1/66 อาจทำสถิติสูงสุดใหม่อีกรวมทั้งการขยายธุรกิจของกาแฟพันธุ์ไทยจะเร่งขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ จึงปรับประมาณการกำไรปี 66-67 ขึ้น 4-27% เพื่อสะท้อน upside ดังกล่าวส่วนโรงกลั่นน้ำมันปาล์มพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่รอสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมให้เอื้อมากกว่านี้ก่อน
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ผู้บริหาร PTG ให้ข้อมูลว่ายังคงตั้งเป้าการเติบโตของ sale volume ที่ 8-12% โดยการที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าขยายร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มอีก 1 พันสาขา เน้นรุกตลาดในกรุงเทพ ที่ยังมีโอกาสเติบโตสูงโดยจะเป็น model Franchise
ส่วนการที่ กบง. มีมติปรับค่าการตลาดไประดับปกติ ผู้บริหารคาดจะเห็นค่าการตลาดของบริษัทดีขึ้นเป็นลำดับใน Q1/66 และ Q2/66
ด้านธุรกิจ palm complex จะหันไปเน้นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคมากขึ้น เพราะตลาด b100 ค่อนข้างอิ่มตัวแล้ว และปี 2023น่าจะไม่ขาดทุนเหมือนกับปี 2022
มองเป็นบวกเล็กน้อยกับการประชุมนักวิเคราะห์ 1) เห็นถึงความมั่นใจของผู้บริหารที่ sale volume growth อาจจะมากกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้เดิม โดยทั้ง Q1/66 และ Q2/66 จะเห็นการเพิ่มขึ้น QoQ จากภาคการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น2) แนวโน้มค่าการตลาดกลับมาในระดับปกติ และราคาน้ำมันค่อนข้างทรงตัว ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีมากขึ้นและ3) เราเชื่อว่าค่าการตลาดได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะเห็นสัญญาณปรับตัวที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรปี 663 ที่ 1.5 พันล้านบาท +59 %YoY จากค่าการตลาดที่กลับสู่ระดับปกติ และคงราคาเป้าหมาย 15.20 บาท อิง Avg PER 17 เท่า คงคำแนะนำ "Trading Buy" ช่วง 1 เดือนราคาหุ้นปรับลงประมาณ 2% สะท้อนผลประกอบการที่อ่อนตัว ในขณะที่ 1 สัปดาห์ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 7% จากที่ กบง.ปรับค่าการตลาดขึ้นกลับมาเป็นปกติ
บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมอง slightly positive จากเป้าหมายปี 66 ที่ aggressive ทั้ง oil และ non-oil business และมากกว่าที่เราและตลาดคาด หากทำได้จริงจะเป็นโอกาสของ upsideและ ตั้งแต่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาที่ภาครัฐผ่อนปรนค่าการตลาดน้ำมันดีเซลจาก 1.40 บาท/ลิตรทำให้แรงกดดันค่าการตลาดใน Q1/66 ลดลงและคาดกลับสู่ภาวะปกติเต็มไตรมาสใน Q2/66 ขณะที่กลุ่ม non-oil โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 1,000 สาขา (จาก 511 สาขา) จะเป็นหนึ่งใน key catalyst ของปีนี้
ทั้งนี้ ใน Q1/66 อาจยังเผชิญแรงกดดันค่าการตลาดน้ำมันใน 45 วันแรกของไตรมาสที่คาดว่าไม่สูงนัก และส่วนแบ่งขาดทุนจาก palm complexน่าจะยังมีผลต่อเนื่อง โดยให้น้ำหนัก Q2/66 น่าจะมีโอกาสกลับสู่ภาวะปกติ ภายหลังรัฐผ่อนปรนการคุมค่าการตลาดน้ำมันดีเซลในปลาย กพ. ที่ผ่านมา คงกำไรสุทธิปี 66 ที่ 1.39 พันลบ. (+50% y-y) คงราคาเป้าหมายปี 66 ที่ 17.0 บาท และคง Trading Buy โดยมองช่วง Q2/66 หากสถานการณ์ของค่าการตลาดน้ำมันและธุรกิจ palm complex ทยอยดีขึ้น ค่อยมองเป็นโอกาสสะสม
