“WAVE”ลั่นปีนี้ขอมีกำไรลุยธุรกิจS-curve เต็มสูบ-ตัวเบาตลท.ปลดCแล้ว!

Categories : Update News, Stock Market

Public : 08/03/2023

"WAVE"ฟุ้งปี66พลิกมีกำไร ชูผ่าน" Wave BCG ธุรกิจอุตฯสุขภาพ Wave Wellbeing  "ธงนำสำคัญ และเป็นS -curve  ตัวเบาหลังเพิ่มทุนสำเร็จ ตลท ปลดพ้น C หนี้ลดเหลือกว่า300 ล้าน

นายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ  WAVE เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2566 จะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้นธุรกิจ หรือ “เทิร์นอะราวด์” ด้วยการพัฒนาธุรกิจใหม่ในกลุ่ม ทั้ง บริษัท Wave BCG จำกัด และบริษัท Wave Wellbeing จำกัด รวมถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจเดิมคือธุรกิจสถาบันการศึกษาหรือ Wallstreet English ซึ่งจะทำให้กลับมามีกำไรได้จากปีก่อนที่ขาดทุน 65.81 ล้านบาท

"  เรามีความพร้อมขยายธุรกิจทุกกลุ่ม พื้นฐานการเงินก็มีความแข็งแกร่งมากขึ้นหลังเพิ่มทุนสำเร็จ   ทำให้ส่วนทุนเป็นบวกและตลาดหลักทรัพย์ได้ปลดเครื่องหมาย C  และได้นำเงิน คืนหนี้สถาบันการเงิน จำนวน 404.67 ล้านบาท กดกนี้ให้ลดลง 54% และมีหนี้หนี้เหลือ 324ล้านบาท  "นายเจมส์กล่าว

      นายเจมส์กล่าวเพิ่มเติม ถึงธุรกิจใหม่ของบริษัทคือ   Wave BCG จะเป็น S-curve ใหม่ของบริษัท  โดยธุรกิจ Carbon Credits ถือเป็นเทรนด์ใหม่ในโลก โดยเฉพาะ หลังจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26 ) ที่จัดขึ้นใน กลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ (ข้อตกลงประเทศไทยเรื่อง Carbon Neutral 2050, Net Zero Emissions 2065, Reduce by 40% by 2030)ประกอบด้วย Carbon Tax ,CBAM Vendor List ,Funds (ESG), Green Financing  และStakeholder Pressure ได้เพิ่มความความกดดันให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Wave BCG คือการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรไทย

ขณะที่  Wave Wellbeing ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเป็นเจ้าของ และดำเนินกิจการโรงเรือนของตนเองเพื่อคุมคุณภาพ (Quality) ซึ่งแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท Wave Wellbeing มีแผนจะขยายตัวเข้าสู่การพัฒนาศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Center) ที่มีผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสุขภาพ

สำหรับWallstreet English เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำของโลก มีการดำเนินการทั่วโลกมากกว่า 50 ปี และในประเทศไทยมากกว่า 20 ปีตั้งแต่ปี 2546 (2003) โดยมีนักเรียนกว่า 100,000 คนที่จบหลักสูตร มียอดขายสูงที่สุดใน เอเชีย โดยคู่แข่งอันดับ 2 และ 3ต่างกันถึง 20% และ 30% ตามลำดับ ในประเทศไทย Wallstreet  English มี การครองตลาดในส่วนของกลุ่มลูกค้าพรีเมียมได้ถึง 35%  

ปัจจุบันธุรกิจสอนภาษาอังกฤษ มีสาขาทั้งหมด 13 สาขาทั่วประเทศไทย โดยมีแผนการขยายสาขาในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ด้วย franchising model ซึ่งในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน Wallstreet English เติบโตก้าวกระโดด หลังผลการดำเนินงานในปี 2565 ทำนิวไฮ นับจากเกิดสถานการณ์โควิด

อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ได้ขอผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้วงเงิน 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มให้สามารถพลิกฟื้น (Turnaround) ด้วยการพัฒนาธุรกิจใหม่ และการปรับกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจเดิม