SME D Bank ชู ” บึงกาฬ ” ปั้นเอสเอ็มอีท่องเที่ยว รับเศรษฐกิจสายมู
Categories : Update News, Finance
Public : 20/03/2023SME D Bank หนุนเอสเอ็มอีท้องถิ่น บึงกาฬ ปั้นธุรกิจที่เกิดจากความเชื่อและศรัทธา ปักหมดช่วยเอสเอ็มอี เปิดประตูรับนักท่องเที่ยวสายมู ให้กู้ได้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย คิดดอกเบี้ยต่ำ ดึง บสย. มาช่วยค้ำ เข้าถึงแหล่งทุน
ความเชื่อ แรงศรัทธา และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ สร้างเอกลักษณ์ผสมผสานการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬได้อย่างลงตัว สนับสนุนให้จังหวัดน้องใหม่แห่งนี้ มีศักยภาพพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างถิ่นเดินทางเข้ามาสัมผัส ก่อประโยชน์ต่อเนื่อง ช่วยกระจายรายได้ สร้างอาชีพสู่ชุมชน โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมต่อยอดสนับสนุนเอสเอ็มอีในพื้นที่ ยกระดับ เพิ่มศักยภาพธุรกิจ ตอบสนองความต้องการและคว้าโอกาสทางธุรกิจจากการเติบโตของการท่องเที่ยว
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า บึงกาฬ เป็นจังหวัดที่ตั้งใหม่เมื่อปี 2554 นับเป็นลำดับที่ 77 ของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติเชิงนิเวศ เช่น ถ้ำนาคา ถ้ำนาคี หินสามวาฬ บึงโขงหลง และภูทอก เป็นต้น ส่งผลให้การท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง เกิดการลงทุน ขยาย หรือปรับปรุงกิจการ โรงแรมและรีสอร์ต รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
ดังนั้น SME D Bank พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ผ่านกระบวนการเติม “ความรู้คู่เงินทุน” ปล่อยสินเชื่อ งเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ และระยะเวลาการผ่อนที่นานสูงสุด 15 ปี ช่วยให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่บริการด้านการพัฒนาให้คำปรึกษาแนะนำตลอดเส้นทางธุรกิจ
นายชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ SME D Bank เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ธนาคารมีเอสเอ็มอี ลูกค้าที่จังหวัดบึงกาฬวราว 200 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อราว 500 ล้านบาท และในปีนี้ ซึ่งเป็นปีที่คนเริ่มออกมาเดินทางท่องเที่ยว เชิงศรัทธามากขึ้น ทำให้ธนาคารได้ปรับเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อที่ จ.บึงกาฬ เพิ่มเป็น 700 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้นสราว 25% โดยเร็วๆนี้ จะมีการเสนอสินเชื่อ Restart วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ค้ำวงเงินกู้ได้สูงสุดถึง 5 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยที่ 4%
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายสินเชื่อเพื่อรองรับการคมนาคมที่จะขยายตัวทั้งการสร้างสะพานข้ามไปลาว และการสร้างสนามบินแห่งใหม่ที่ จ.นครพนม จึงคาดว่าผู้ประกอบการลอจิสติก ท่องเทื่ยว การค้าชายแดน ยางพารา จะต้องการสินเชื่อเพิ่ม ขณะทึ่ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารปีนี้ ตั้งเป้าจะปล่อยสินเชื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไว้ที่ 8 หมื่นล้านบาท
