หุ้นไทยเดือนมี.คตปท ขาย3.1หมื่นล้าน – ไตรมาส2 ปัจจัยเสี่ยงหนักๆผ่อนคลาย

Categories : Update News, Stock Market

Public : 05/04/2023

ตลท. มองตลาดทุนโดยรวมผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ปัจัยเสี่ยง กระทบหนักๆ ผ่อนคลาย แต่ยังต้องติดตาม .ยอมรับศึกษาและระหว่างหาแนวทาง ดูแล หุ้นDELTA ขึ้น-ลงแรงกระทบ  ดีชนี เดือนมี.คต่างชาติขาย3.1หมื่นล้าน

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2566 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ผู้ลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิเป็นเดือนที่สองจากที่เคยซื้อสุทธิต่อเนื่อง ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าสอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ชะลอตัว

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปีนี้ อีกทั้งระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ โดยปัญหาสถาบันการเงินในประเทศเศรษฐกิจหลัก ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลต่อระบบการเงินไทยอย่างมีนัยสำคัญทำให้เห็น Fund Flow ไหลมายังตลาดพันธบัตรไทย

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย

ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2566 SET Index ปิดที่ 1,609.17จุด ปรับลดลง 0.8% จากเดือนก่อนหน้า โดยปรับไปในทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นใน ASEAN และปรับลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า
ในเดือนมีนาคมปี 2566 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ได้แก่            กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
ในเดือนมีนาคม 2566 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันใน SET และ mai อยู่ที่ 61,250 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า 35.9% ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิเป็นเดือนที่สอง หลังจากซื้อสุทธิสี่เดือนติดต่อ โดยในเดือนมีนาคม 2566 ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 31,494 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11
ในเดือนมีนาคม 2566 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป (PRTR) และใน mai 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ.อิทธิฤทธิ์ ไนซ์ คอร์ปอเรชั่น (ITTHI) และ บมจ. เด็กซ์ซอน เทคโนโลยี (DEXON)
Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2566 อยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.4 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 19.6 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.7 เท่า
 ด้านดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบแรงๆต่อตลาดหุ้นไทยและโลกน่าจะผ่านไปหมดแล้วแต่ก็ยังต้องติดตามกันต่อไปว่า ปัจจัยเดิมๆที่กระทบ ทั้งเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจ การขึ้นดอกเบี้ย จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ ที่ผ่านมาจะเห็นว่า บริษัทจดทะเบียนและผู้ประกอบการไทยปรับตัวและรับมือได้
สำหรับกรณีการขึ้น- ลงของราคาหุ้น DELTA ซึ่งมีผลต่อการขึ้นลงของดัชนีหุ้นไทย ให้ผันผวน นั้น ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ก็จับตาและติดตามอยู่ แต่กานดำเนินออกเกณฑ์อะไรก็ไม่อยากให้กระทบต่อส่วนอื่นและภาพรวม แต่ขอให้อดใจรอ เพราะจะมีมาตรการออกมาดูแลแน่ ขอดูผลเฮียริ่งประกอบไปด้วย
 ส่วน การเลือกตั้งจะไม่มีผลต่อการลงทุนและเชื่อว่าไม่ว่าพรรคไหนเข้ามา ก็มีนโยบายและเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจ
อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2566อยู่ที่ระดับ 2.91% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.24%