SCG Decor พร้อมเดินหน้ายื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ เสริมความแข็งแกร่งหลังผู้ถือหุ้น COTTO ไฟเขียวออกจากตลาดฯ ร่วมปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ

Categories : Update News, Stock Market

Public : 24/05/2023

SCG Decor พร้อมเดินหน้ายื่นไฟลิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นบริษัทแกนหลักในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ของเอสซีจีที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลังผู้ถือหุ้น COTTO ให้ความเชื่อมั่นอนุมัติแผนเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และร่วมปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ มั่นใจเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น COTTO ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหุ้นจาก SCG Decor กระดับเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทชั้นนำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มียอดขายและศักยภาพธุรกิจเพิ่มขึ้น พร้อมโอกาสขยายตลาดในระดับภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

นายนำพล  มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด หรือ SCG Decor และ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO เปิดเผยว่า ผู้ถือหุ้น COTTO ได้ลงมติอนุมัติในที่ประชุมวิสามัญครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 ให้เพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามแผนการร่วมปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อให้ SCG Decor เป็นบริษัทแกนหลักในการดำเนินธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ของเอสซีจีที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพียงบริษัทเดียว โดยในการประชุมดังกล่าวผู้ถือหุ้ COTTO ได้แสดงความเชื่อมั่นและสนับสนุน ด้วยการลงมติอนุมัติกว่าร้อยละ 87 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท และไม่มีผู้ถือหุ้นคัดค้าเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้

สำหรัผู้ถือหุ้น COTTO ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหุ้นจาก SCG Decor จะเปลี่ยนสถานะจากเป็นผู้ถือหุ้น COTTO ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจกระเบื้องปูพื้น บุผนัง ในประเทศไทย กลายเป็นผู้ถือหุ้นของ SCG Decor ที่เป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนได้แก่ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในประเทศไทยที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง,  บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด (SSW) ผู้ผลิตและจำหน่ายสุขภัณฑ์ในประเทศไทยและส่งออก ที่มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศไทยเป็นอันดัหนึ่ง, Prime Group ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในประเทศเวียดนามที่มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง, Mariwasa-Siam Ceramics, Inc (MSC) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในประเทศฟิลิปปินส์ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่ง, PT Keramika Indonesia Assosiasi, Tbk (KIA) ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนังในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากร 276 ล้านคน สูงที่สุดในอาเซียน  และบริษัท นอริตาเก้ เอสซีจี พลาสเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวขึ้นรูปสำหรับวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์กาวและซิลิโคนยาแนว

จากการควบรวมกันในกลุ่ม จะทำให้ SCG Decor ยกระดับเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทชั้นนำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มีโอกาสขยายตลาดในระดับภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้นและสามารถเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้สูงขึ้นในหลากหลายด้าน ได้แก่

1) ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า จาก 13,224 ล้านบาท เป็น 30,886 ล้านบาท นปี 2565 และกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ไม่รวมรายการพิเศษ) เพิ่มขึ้น 2.6 เท่า จาก 449 ล้านบาท เป็น 1,163 ล้านบาท ในปี 2565
2) ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น จากประเทศไทยที่มีประชากรรวม 71.7 ล้านคนไปสู่ตลาดในประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่มีประชากรรวมกว่า 560 ล้านคน
3) มีกำลังการผลิตในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวเพิ่มขึ้นจาก 80 ล้านตารางเมตรต่อปีในประเทศไทย เป็น 187.2 ล้านตารางเมตรต่อปี ในประเทศไทย เวียดนาม ฟิลลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
4) ช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9 เท่า จาก 1,200 ราย เป็นกว่า 10,000 ราย
5) ร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้นจาก 103 ร้านในประเทศไทย เป็น 142 ร้านในประเทศไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย และ
6) สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.6 เท่า จาก 11,310 ล้านบาท เป็น 40,576 ล้านบาท

โดย SCG Decor มีแผนจะผสานพลังระหว่างบริษัทในกลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธภาพบริารต้นและมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในอาเซียน

 

ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) การขยายธุรกิจสุขภัณฑ์เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน 2) การต่อยอดความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) ในประเทศไทย และมุ่งสู่การเป็นผู้ในธุรกิจตกแต่งพื้นผิว (Decor Surfaces) ในภูมิภาคอาเซียน โดยการประยุกต์ใช้โมเดลธุรกิจที่เข้มแข็งของประเทศไทย 3)การขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจรในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ (Decor Surfaces and Bathroom) 4) การบริหารห่วงโซ่อุปทาน ทั้งด้านการผลิตและการจัดหาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้และศักยภาพในการทำกำไรและ 5) การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ตลอดจนกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายใต้มาตรฐานระดับโลก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 SCG Decor ได้ประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ COTTO จากผู้ถือหุ้นทุกรายที่ตอบรับคำเสนอซื้อดังกล่าว ในราคา 2.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายปัจจุบันในกระดานหลักทรัพย์ และสูงกว่าราคา ณ วันที่ประกาศ โดยจะชำระค่าหุ้นเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SCG Decor เท่านั้นซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการเสนอขายหุ้น IPO ของSCG Decor โดยภายหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้นสิ้นสุด COTTO จะถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยทาง SCG Decor และ COTTO จะแจ้งความคืบหน้าให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นตามลำดับต่อไป

ปัจจุบัน SCG Decor กำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)