EXIM BANK เผยครึ่งแรกปี 2566 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท ดันกำไรก่อนหักสำรองอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท

Categories : Update News, Finance

Public : 09/08/2023

EXIM BANK แถลงผลงานครึ่งแรกปี 2566 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 20,068 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อช่วย SMEs  5,869 ล้านบาท คิดยอดสินเชื่อคงค้าง 161,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,708 ล้านบาท หรือ 5.02%  พร้อมหนุนธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็น 28% หรือ 45,544 ล้านบาท  และสนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และตลาดใหม่ (New Frontiers)  มีสินเชื่อคงค้าง รวม 49,435 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30.66% ของสินเชื่อคงค้างทั้งหมด ด้านยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ที่ 5,861  ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.64% ขณะที่กำไรก่อนหักสำรองอยู่ที่ 1,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

         

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 ว่า  ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่ 20,068 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 5,869 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 161,216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,708 ล้านบาท หรือ 5.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

พร้อมชูบทบาท “Green Development Bank” สนับสนุนการพัฒนาประเทศควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมียอดสินเชื่อเพื่อการลงทุน 117,133 ล้านบาท ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) โดยที่ยอดคงค้างสินเชื่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีจำนวน 45,544 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 28.25% ของสินเชื่อคงค้างทั้งหมด เพิ่มขึ้น 4.55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

                 

นอกจากนี้ EXIM BANK มุ่งทำหน้าที่เป็นธนาคารผู้นำ (Lead Bank) นำพาธุรกิจไทยขยายการค้าการลงทุนไปตลาดต่างประเทศ ทำให้มียอดคงค้างสินเชื่อโครงการระหว่างประเทศทั้งสิ้น 60,464 ล้านบาท เมื่อจำแนกเป็นรายตลาดที่สำคัญ EXIM BANK ยังสนับสนุนธุรกิจไทยให้ขยายไปกลุ่มประเทศ CLMV และตลาดใหม่ (New Frontiers) ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ของปี 2566 มีสินเชื่อคงค้างในกลุ่ม CLMV และ New Frontiers 49,435 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30.66% ของสินเชื่อคงค้างทั้งหมด

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก EXIM BANK เร่งเสริมสร้างความมั่นใจและภูมิคุ้มกันความเสี่ยงแก่ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยผ่านบริการประกันการส่งออกและการลงทุน โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 EXIM BANK มีปริมาณธุรกิจด้านการรับประกันการส่งออกและการลงทุนเท่ากับ 96,409 ล้านบาท

การมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านสินเชื่อและประกันของ EXIM BANK ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวนลูกค้า 6,260 ราย เพิ่มขึ้นถึง 14.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้า SMEs มากถึง 84.07% สะท้อนการให้ความสำคัญและอยู่เคียงข้าง SMEs ไม่ทิ้งคนตัวเล็ก ดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง  อาทิ ออกสินเชื่อเอ็กซิมยกระดับมาตรฐานยางพาราไทย  เงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อยางและเสริมสภาพคล่องสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยางพารา อันเป็นการสนับสนุนการส่งออกอุตสาหกรรมดังกล่าวให้ขยายตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ EXIM BANK ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรจัดอบรมหลักสูตรครบวงจร TOP X Executive Program รุ่นที่ 2 สร้างผู้นำธุรกิจระหว่างประเทศ เจาะลึกแนวทางกำหนดและดำเนินกลยุทธ์บริหารธุรกิจในโลกการค้ายุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงตลาดใหม่ เช่น ซาอุดีอาระเบียและประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลาง รวมทั้งการส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้ SMEs ค้าขายข้ามพรมแดนได้มากขึ้น ตลอดจนการฝึกอบรม จับคู่ทางธุรกิจ และให้คำปรึกษาด้านการเงิน โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายนของปี 2566 EXIM BANK ได้ช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและไม่ใช่การเงินแก่ผู้ประกอบการกว่า 26,000 ราย วงเงินรวมกว่า 91,600 ล้านบาท

         

ขณะเดียวกัน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อความยั่งยืน โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จำนวน 5,861 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio)  เท่ากับ 3.64% และมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น  13,509 ล้านบาท อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) 230.47% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 EXIM BANK มีกำไรก่อนสำรอง 1,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในครึ่งปีหลังของปี 2566 EXIM BANK ยังคงขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการมุ่งเสริมสร้างธุรกิจ ESG อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตรงตามความต้องการ เช่น สินเชื่อ EXIM Green Start กระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ยกระดับธุรกิจให้พร้อมเข้าสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ร่วมบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกและพลิกโฉมภาคการส่งออกไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน