PTGบุกห้องค้าบล. ยูโอบีเคย์เฮียน ย้ำชัดไตรมาส4กำไรฟื้น!ปี67

Categories : Update News, Stock Market

Public : 23/11/2023

บล. ยูโอบีเคย์เฮียน จัดงานสัมมนา เชิญ"พิทักษ์ รัชกิจประการ  "ซีอีโอ  PTG เปิดวิชั่นทิศทางธุรกิจปีหน้า พร้อมให้คำแนะนำ ซื้อ   ราคาเป้าหมาย 12.8 บาท  คาด 4Q23 กำไร 300-330 ล้านบาท ฟื้นตัวทั้ง qoq และ yoy --- วันนี้เราได้รับเกียรติจากผู้บริหารพีทีจีเอนเนอร์ยี ( PTG)  โดยคุณคุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท    หรือ PTG มาพูดเกี่ยวกับภาพรวมบริษัท แนวโน้มธุรกิจ และกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2024 โดยโทนจากการสัมมนาเช้านี้เป็นบวก

--- เรายังเชื่อว่าแนวโน้มกำไรปกติ 4Q23 จะฟื้นตัวทั้ง qoq และ yoy จากยอดขายน้ำมันที่เป็น Record high จากการเข้าสู่ช่วง High season ของการท่องเที่ยว โดยปัจจัยด้าน Seasonality จะหนุนให้ยอดขายธุรกิจ Non-oil ปรับเพิ่มขึ้น qoq เช่นกัน ด้านค่าการตลาดใน 4Q23 จะไม่น้อยกว่า 1.8 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.67 บาทต่อลิตร และ 1.58 บาทต่อลิตร ใน 3Q23 และ 4Q22 โดยบริษัทยังเชื่อมั่นว่ามีความเป็นไปได้ โดยค่าการตลาดของ PTG เฉลี่ย 4Q23 qtd อยู่ที่ 1.9-2.0 บาทต่อลิตร

--- เบื้องต้นเราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q23 จะอยู่ในกรอบ 300-330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy

--- บริษัทยังคงเป้าหมายค่าตลาดในปี 2023-24 จะอยู่ในกรอบ 1.7-1.8 บาทต่อลิตร ทั้งนี้ยังความเสี่ยงยังคงอยู่ที่มาตรการของภาครัฐ

--- คาดยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการในปี 2023 คาดว่าจะเติบโตในกรอบ 8%-12% yoy ขณะที่ในปี 2024 บริษัทคาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% yoy

--- ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

(1) การเข้ามาของคู่แข่งต่างชาติ ผู้บริหาร PTG เชื่อว่าด้วยจำนวนสาขาที่ให้บริการและฐานสมาชิก ที่ยังไม่มากของผู้เล่นรายใหม่รวมถึงผู้เล่นต่างชาติ จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อ Operator เจ้าเดิมในตลาดรวมทั้ง PTG

(2) ประเด็น Energy Transition จากการเติบโตของปริมาณรถ EV ในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารเชื่อว่า ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินที่ลดลงจากการเข้าทดแทนของปริมาณรถ EV ที่เพิ่มขึ้น จะถูกชดเชยด้วยยอดขายน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มรถยนต์เบนซินใหม่ที่ยังมีการขยายตัว รวมไปถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายรวมของบริษัทจากการเพิ่มจำนวนสาขา เพียงพอชดเชยผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตามปัจจุบัน PTG ยังขายน้ำมันดีเซลเป็นหลักในสัดส่วน 70%-75%

(3) มาตรการควบคุมราคาหน้าสถานีบริการ เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่ Operator ในธุรกิจ oil station และบริษัทควบคุมไม่ได้

 

--- แผน IPO บริษัทถูกเลื่อนออกไป (1) บริษัท แอสลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ALT คาดว่าจะเลื่อนไปเป็นปี 2024 (เดิมคาดว่า 1Q23) และบริษัท พีพีพี กรีนคอมเพล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PPPGC คาดว่าจะเลื่อนออกไปอีก 2 ปี (เดิมคาดว่า 2023) จากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนในช่วงที่ผ่านมา

--- ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.8 บาท

ด้าน บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท อิง PER 13X หรือเทียบเท่า -1SD ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ทั้งนี้มีมุมมองเป็นกลางจากงาน analysts meeting เมื่อ 22 พ.ย. 2023 หลังพัฒนาการของธุรกิจยังอยู่ในกรอบที่ประเมิน โดยสรุประเด็นได้ดังนี้ 1) ผู้บริหารยังคงค่าการตลาดปี 2023E ที่ 1.7-1.8 บาทต่อลิตร (implied QTD ค่าการตลาดอยู่ระดับ 1.9-2.0 บาท/ลิตร) และ oil sales volume QTD ยังโตได้ double digit YoY

2) การขยายสาขายังคงเป็นไปตามแผน โดยกาแฟพันธุ์ไทยสิ้นปีคาดอยู่ในระดับ 900 สาขา จากสิ้นไตรมาส 3 ที่ 756 สาขา 3) Palm complex คาดว่าใน Q4/23E จะไม่ขาดทุนหลังราคาปาล์มทรงตัว
ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2023E ที่ 815 ล้านบาท (-13% YoY) แนวโน้ม Q4/23E คาดฟื้นตัวเด่น QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและค่าการตลาดที่ฟื้นตัว นอกจากนี้ยังได้ธุรกิจ non-oil ซึ่งยังขยายสาขาอย่างต่อเนื่องช่วยหนุน
ด้านราคาหุ้นกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียง SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลัง underperform มาตลอดจากความผันผวนของค่าการตลาด และความเสี่ยงจากการเข้าแทรกแซงราคาน้ำมันของภาครัฐ อย่างไรก็ตามเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาหุ้นมีอกาสกลับมา outperform ได้ โดยราคาหุ้นปัจจุบันเทรดอยู่ใกล้ -1SD ซึ่งเป็นกรอบที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี เชื่อว่าราคาหุ้น price in ปัจจัยลบไปมากแล้ว ในขณะที่ 4Q23E คาดกำไรฟื้นตัวเด่นจาก oil sales volume ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ และค่าการตลาดที่กลับมาฟื้นตัว