BKIเปิดแผนปี67กำไร/เบี้ยรับรวมโตต่อ !งวด9เดือนกำไรนิวไฮรอบ76ปี

Categories : Update News, Insurance

Public : 13/12/2023

“กรุงเทพประกันภัย” เปิดแผนปี67 เบี้ยรับรวม แตะ3.2หมื่นล้าน กำไร แตะ 3 พันล้าน ปีนี้โตตามแผน หลังงวด 9 เดือนท็อปฟอร์ม กำไรทำสถิติสูงสุดรอบ76ปี! พร้อมปรับพอร์ตโยกเงินฝากลงทุนพันธบัตรดาวรุ่งผลตแบแทนดี ขณะที่ลงทุนหุ้นหดตัวลง

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2567 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวม เติบโต 8% หรือ ประมาณ 2,400 ล้านบาท มาอยู่ที่ 32,500 ล้านบาท จากปี 2566 ที่คาดเบี้ยรับรวมจะทำได้ 30,000 ล้านบาท และ มีกำไรมากกว่า 3,000 ล้านบาท ขณะที่ผลดำเนินงานปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังงวด 9 เดือน  บริษัทมีเบี้ยรับรวมอยู่ที่ 21,982 ล้านบาท เติบโต 12.5% และ มีกำไร 2,546 ล้านบาทซึ่งทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ บริษัทเปิดดำเนินการมา 76 ปี

ทั้งนี้ การทำธุรกิจในปี 2567 ยังมีความไม่แน่นอน และหลายสำนักคาดการว่า จีดีพีจะโต จีดีพีไทยโต 3.7-3.8% จากปีนี้ 2.4-2.5% ซึ่งการที่บริษัทสามารถเติบโตได้ 8% ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องเสถียรภาพ การเมืองในประเทศ ปัญหาหนี้สินในแรงงานภาคเอสเอ็มอี กว่า 1.3 ล้านคนที่ความสามารถชำระหนี้น้อยลง จากปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น จากดอกเบี้ย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งแตะ 90% ของจีดีพี ล้วนส่งผลกระทบทางอ้อม ต่อธุรกิจประกันภัย ในที่สุด

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของทิศทางประกันภัยรถยนต์EV แมัยอดการซื้อใช้และการเติบโตสูงขึ้น แต่ในแง่ของการรุกเข้าสู่ประกันภัยรถยนต์EVนั้นยังต้องศึกษาและติดตามต่อไปโดยเฉพาะในเรื่องของอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) สูง 60-70% และเฉพาะแบตเตอร์ คือความเสึ่ยงสุด ดังนั้น BKIยังต้องรอบคอบในประเด็นเหล่านี้

ดร.อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของ พอร์ตลงทุนในสภาวะที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง เงินทุนไหลออกต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีการขายหุ้นใน SET ออกไปบางส่วน เพื่อทำกำไร และ ปรับพอร์ตด้วยการย้ายเงินฝากไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ เพื่อสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น

“เห็นเทรนด์การลงทุนชัดเจนว่าปีหน้าตราสารหนี้คือการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนที่ดี BKIจึงขยับพอร์ตลงทุน”

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุน(IRR) ปีนี้คาดเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3% ส่วนปี 2567 คาดจะใกล้เคียงจากปีนี้ เนื่องจากสภาวะตลาดหุ้นยังมีความผันผวน และ มีความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก

"กลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การขายหุ้นที่มีกำไรออกไป และ รอจังหวะที่ดีเพื่อเข้าไปซื้อหุ้นอีกรอบ โดยก่อนหน้านี้เราได้โยกเงินฝากประมาณ 3,000 ล้านบาท ไปลงพันธบัตรรัฐบาล เพื่อรับดอกเบี้ยที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ทำให้เงินฝากคงเหลือไว้ที่ 6,000 ล้านบาท"ดร. อภิสิทธิ์ กล่าว