คลังเรียกตลท.-ก.ล.ต.หารือเลิกโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ ชี้หุ้นร่วงเกิดจากตลาดทุน ยันศก.ไทยมีเสถียรภาพ
Categories : Update News, Stock Market
Public : 14/12/2023คลัง เผยเรียก ตลท.-ก.ล.ต. หารือเลิกโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ ชี้หุ้นร่วงแรงเกิดจากตลาดทุน ยันเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพ หลังเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ-เงินกองทุนธนาคาร-ดุลการค้า-เงินคงคลัง มีความแข็งแกร่ง

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังเปิดงาน มันนี่ เอ็กซ์โป ถึงกรณีการลดลงรุนแรง ของตลาดหุ้นไทย ว่า ต้องไปดูว่าเกิดจากสิ่งใด แต่ถ้าดูจากเศรษฐกิจของประเทศไทยถือว่ามีเสถียรภาพ เนื่องจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง เงินกองทุนของธนาคารมีความแข็งแกร่ง ดุลการค้าถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ตลอดเงินคงคลังอยู่ในระดับสูงเช่นกันจึงเชื่อว่า น่าจะมาจากตลาดทุนมากกว่า
สำหรับกรณีที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้โพสแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ที่จะเลิกโปรแกรมเทรดหุ้นอัตโนมัติ หรือ Program Trading นั้นนายกฤษฎา กล่าวว่า ทาง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้มีการหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) และ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ไปแล้ว โดยปัญหาดังกล่าวเป็นอำนาจที่ตลท.และก.ล.ต. จะพิจารณาและดำเนินการ ซึ่งหากผลสรุปออกมาว่าไม่ควรก็ไม่ควรมี
“ถ้าถามว่ามีผลกระทบต่อตลาดไหม ก็ถือว่ามี โดยหากมีข้อสรุป หรือ มีความชัดเจน ก็สามารถออกมาตรการเร่งด่วนได้ทันที ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ ซึ่งตอนนี้ปลัดเรียกมาคุยแล้วสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนพอร์ตหรือหุ้นที่คลังถืออยู่ ก็เป็นไปตามกลไกตลาด เราไม่ได้เก็งกำไร เราถือหุ้นในส่วนของรัฐ”นายกฤษฎา กล่าว
ส่วนกรณีที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.25%-5.5% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเมื่อวานนี้ และ ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2567-2569 นั้น นายกฤษฎา ระบุว่า ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดี ประกอบกับ การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ของไทยคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก็ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยเช่นเดียวกัน
ทางด้านการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินนโยบายพักชำระหนี้เกษตร ซึ่งจะนำหนี้เสียมารวมไว้ โดยดำเนินการคล้ายธุรกิจบริหารสินทรัพย์(AMC) ซึ่งมีธนาคารออมสินเป็นเจ้าภาพ โดยปัจจุบันทางธปท.อยู่ระหว่างการรวบรวมเฮียริ่ง ซึ่งหากทางธปท.ได้ข้อสรุปก็สามารถดำเนินการได้ทันที
