EXIM BANK ชูโมเดล “Green Development” ขยายพอร์ตสินเชื่อ สนับสนุนธุรกิจสีเขียว
Categories : Update News, Finance
Public : 20/12/2023EXIM BANK ชูโมเดล “Green Development” ขยายพอร์ตสินเชื่อ สนับสนุนธุรกิจสีเขียวและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล พัฒนาอุตสาหกรรมสู่อนาคต ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวในงาน “EXIM Green Wishes Market” ว่า EXIM BANK มุ่งสู่เป้าหมายการเป็น Green Development Bank จึงพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี 2608
โดย EXIM BANK ได้พัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่สนับสนุนโครงการหรือธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) เพื่อลดการปล่อยก๊าซ CO2 ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกประเภทหนึ่ง สู่ชั้นบรรยากาศโลก คาดว่าพอร์ตสินเชื่อที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ EXIM BANK ณ สิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ราว 61,500 ล้านบาท หรือ 35% ของสินเชื่อคงค้างรวมของธนาคาร
และในปี 2567 EXIM BANK มีแผนจะออกพันธบัตร Blue Bond เป็นครั้งแรก เพื่อขับเคลื่อน Blue Economy ดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเลให้เป็นแหล่งการจ้างงานและแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนของประชากรหลายล้านคนทั่วโลก ซึ่ง Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) คาดการณ์ว่า มูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลของโลกจะสูงขึ้นแตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 20 ปีก่อน ขณะที่ผืนน้ำและมหาสมุทรช่วยผลิตก๊าซออกซิเจน (O2) บนโลกมากถึง 50% ช่วยดูดซับความร้อนจากกิจกรรมมนุษย์ถึง 90% ดูดซับก๊าซ CO2 กว่า 25% ทำให้การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ แต่การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องใช้เงินลงทุนสูงถึงราว 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ในช่วงปี 2558-2562 มีเงินลงทุนจริงไม่ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เท่ากับว่ายังมีช่องว่างของเงินลงทุนเหลืออยู่มากถึงเกือบ 1.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 1 ใน 3 ของ GDP ไทย
EXIM BANK ตั้งเป้าหมายสู่ Carbon Neutrality ในปี 2573 และ Net Zero Emissions ในปี 2593 เร็วกว่าเป้าหมายประเทศไทย 20 ปีและ 15 ปีตามลำดับ โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนให้เป็น 50% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดภายในปี 2571 ท่ามกลางความท้าทายของทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน การกลับทิศของนโยบายการเงิน แนวโน้มเศรษฐกิจในตลาดการค้าหลัก รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าเป็นระลอก อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออกจะกลับมาหนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตต่อไปได้ โดยมุ่งเน้นสินค้าไทยที่เกาะกระแสเทรนด์โลก เช่น สินค้าเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว สินค้าเทคโนโลยีและดิจิทัล สินค้ารักษ์โลก
“โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว เพื่อเข้าถึงโอกาสและก้าวข้ามความท้าทาย ซึ่งปัญหาระดับโลกในวันนี้คือ การพัฒนาอย่างสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งรายได้และความกินดีอยู่ดีของประชาชนโดยส่วนใหญ่ รวมถึงกลุ่มเปราะบางในสังคม EXIM BANK จึงนำ Green Development Model มาปรับใช้ในกระบวนการและนอกกระบวนการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญทำให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการส่งออกและการลงทุนเพื่อการพัฒนา เดินหน้าต่อไปได้ ขับเคลื่อนเครื่องยนต์อื่น ๆ ให้ทำงานพร้อมกันได้ สร้างชุมชน สังคม และประเทศชาติที่เข็มแข็ง มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” ดร.รักษ์ กล่าว
