“EURO “ผู้นำเข้าฟอร์นิเจอร์แบรนด์ “Luxurious & High Quality Living”ประกาศราคา IPO 10.60 บาทต่อหุ้น
Categories : Update News, Stock Market
Public : 25/01/2024“บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์” ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจ “Luxurious & High Quality Living”ประกาศราคา IPO 10.60 บาทต่อหุ้น จองซื้อวันที่ 31 ม.ค. – 2 ก.พ.นี้ชูจุดเด่น Super Luxurious กำลังซื้อล้น มีเงินสดรับล่วงหน้า 50% เปิดตัวเลข ROE 74% มาร์จิ่น 47%

นายดิถดนัย สังขะรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า หลังจากบริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขอฯ และแบบไฟลิ่งมีผลใช้บังคับแล้ว จึงกำหนดราคาเสนอขาย IPO ที่ราคา 10.60 บาทต่อหุ้น โดยได้พิจารณาจากราคาและจำนวนหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเสนอความต้องการซื้อเข้ามา (Book Building) และเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 31มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
ปัจจุบัน บมจ. ยูโร ครีเอชั่นส์ มีทุนจดทะเบียน 152.50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 305 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วมีจำนวน 125 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 250 ล้านหุ้น และจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 78 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 55 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมจำนวน 23 ล้านหุ้น รวมคิดเป็นร้อยละ 25.57 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ ทั้งนี้ สัดส่วนการเสนอขายหุ้นสามัญในเบื้องต้นโดยประมาณ ประกอบด้วย (1) บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ร้อยละ 62.90 (2) นักลงทุนสถาบัน ร้อยละ 19.23 (3) ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ ร้อยละ 15.00 และ (4) กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ร้อยละ 2.87
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ (1) ลงทุนก่อสร้างโชว์รูมใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ โชว์รูมทองหล่อ ซอย 1, ทองหล่อ ซอย 5 และภูเก็ต (2) ชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อก่อสร้างโชว์รูมใหม่และคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับเงินทุนหมุนเวียน และ (3) เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการและการขยายธุรกิจ

นายเควิน กัมบีร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจ “Luxurious & High Quality Living” เป็นตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยมา กว่า 25 ปี โดยนำเสนอเฟอร์นิเจอร์ สินค้าตกแต่ง และอุปกรณ์ฟิตเนส ระดับลักชัวรี่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ชั้นนำจากอิตาลีที่เป็นศูนย์กลางของการออกแบบในอุตสาหกรรมตกแต่ง อาทิ Molteni & C และ DADAแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจากอิตาลีที่มีคอลเลกชั่นครบทุกพื้นที่อยู่อาศัย, Cassina แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบจากดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียง, Technogym อุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำระดับโลกที่ผสานนวัตกรรมเข้ากับเทคโนโลยีการออกกำลังกายและสุขภาพที่ทันสมัย ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆได้แก่ ผลิตภัณท์สำหรับห้องน้ำ (Bathroom & Accessories) โคมไฟและอุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะ(Lighting & Automation) วัสดุปูพื้น (Flooring) รวมถึงมีบริการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเพื่อจัดวางสินค้าจนถึงการบริการหลังการขาย สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกขั้นตอนของการตกแต่งแบบครบวงจร โดยบริษัทฯ มีแผนขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ รวมถึงกำลังดำเนินการก่อสร้างโชว์รูมใหม่อีก 3 แห่งในจังหวัดภูเก็ตและย่านถนนทองหล่อ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ ผู้ลงทุนอย่ากังวล หุ้นในส่วนที่ผู้ถือหุ้นเดิมนำออกมาขาย เหตุที่ขายเพราะบริษัทมีความต้องการเงินไม่มาก แต่ตามเกณฑ์ ตลท ต้องกระจาย 25% ดังนั้นจึงนำหุ้นเดิมส่วนหนึ่งออกมาขาย และไม่ต้องเพิ่มทุนในจำนวนที่มากเกินไปเพราะการมีทุนใหญ่และมากเกินจำเป็นจะกระทบ ROE/ROA ได้ และ การระดมทุนครั้งนี้ถือเป็นการเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่และยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมยังถือหุ้นใหญ่“
นางสาวพัทธ์ธีรา จันทจร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ปี 2563 – 2565 เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 776.59 ล้านบาท 829.49 ล้านบาท และ 1,047.91 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 105.5 ล้านบาท 121.7 ล้านบาท และ 135.9 ล้านบาท เนื่องจากมียอดขายสินค้าและบริการแก่กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) เพิ่มขึ้น แม้ในช่วงที่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID – 19
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นำเข้ามาจัดจำหน่ายเจาะกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่ และมีโอกาสได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 958.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 138.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.94 เท่า สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 14.3% และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น(ROE) อยู่ที่ 73.6% สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี
” บริษัทมีการเงินดี หนี้สินส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดจากเงินสดรับล่วงหน้า50% หรือ ในการเงินสินค้าบริษัทจะรับเงินมัดจำจากลูกค้าล่วงหน้า50% เมื่อส่งมอบสินค้าเงินจำนวนนี้ก็จะรับเป็นรายได่ “
